จงทำตัวให้เหมือนหิน ไม่ว่าจะโดนความร้อน ก็ไม่ต้องรู้สึกร้อน ไม่ว่าจะโดนความเย็น ก็ไม่ต้องรู้สึกเย็น

“จงทำตัวให้เหมือนหิน ไม่ว่าจะโดนความร้อน ก็ไม่ต้องรู้สึกร้อน ไม่ว่าจะโดนความเย็น ก็ไม่ต้องรู้สึกเย็น” ประโยคหนึ่งของชายผู้ขับรถแท็กซี่ Grab ที่วันนี้มากดรับฉัน และมาส่งถึงที่บ้าน…

ค่ำคืนวันศุกร์ ต้นเดือน

…สภาพการจราจรในกรุงเทพฯ หนาแน่นมาก จนแทบไม่มีที่ให้รถได้ขยับเขยื้อน ฉันตัดสินใจเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน หลังจากเดินเพลินและซื้อของแบบบ้าคลั่ง ด้วยความที่คิดว่า ซื้อของเข้าบ้านทั้งทีต้องรีบซื้อ เพราะไม่มีเวลา และคิดไปเองว่าขี้เกียจมาเดินดูของบ่อยๆ เลยซื้อคราวละมากๆระหว่างเดินซื้อของ…

ใจพลันคิดไปว่า “แล้วกรูจะกลับบ้านไงวะ”

อ่ะ พลันสมองยังไม่ได้ทันหยุดความคิด มือที่กำลังถือโทรศัพท์มือถืออยู่ ก็เข้าไปกดแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่คนสมัยนี้นิยมใช้กัน

… Grab

…ไม่เกินสิบนาที รถก็มาถึงหน้าห้าง ฉันจับจ่ายของเสร็จ แล้วทยอยเอาถุงใส่ของที่ซื้อมาเข้าไปทางเบาะด้านหลังคนขับราวๆ 7-8 ถุงใหญ่ๆได้…

“ผมเร่งแอร์ให้นะครับ เห็นเดินมาเหนื่อยๆ แต่สักพักจะเบาลงนะ เดี๋ยวมันหนาวเกิน” เสียงของพี่คนขับแท็กซี่ Grab อายุราวๆ 40 ปลายๆ ฟังดูนุ่มนวล แต่กระชับ

“ได้หมดค่ะพี่” ฉันตอบรับ

รถก็ไหลไปตามท้องถนนเรื่อยๆ ประกอบกับวันนี้วันศุกร์ คนขับรถเยอะ หากมองแบบมุม Bird eye views ก็คงเหมือนมดที่ทยอยเข้าแถวต่อกันไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น…

“ตัดบัตรนะคะพี่” เสียงฉันกล่าวกับพี่คนขับ Grab

“ได้เลยครับ” เสียงคนขับ Grab ตอบ

“หนูถนัดตัดบัตรมากกว่า สะดวกดี ไม่ต้องพกเงินสด พอดีติดมาจากใช้ Grab Food ด้วยค่ะ” ฉันกล่าว

“แต่ก่อนผมก็ขับรถ Grab Food ด้วยมอไซค์แบบนี้เนี่ยแหละ” พี่คนขับ Grab พูด พลางชี้ไปที่รถมอไซค์คันข้างๆรถแท็กซี่คันที่ฉันนั่ง

“แต่ไม่ไหว ลำพังผมขับรถมอไซค์เองไม่เท่าไหร่ แต่ลูกสาวนี่สิ…” พี่คนขับแท็กซี่พูดถึงแค่นั้น แล้วก็หยุดคำพูด

“ทำไมอ่ะคะพี่” ฉันถามด้วยความสงสัย

“สมัยก่อนผมขับ Grab food เนี่ยแหละ แต่ขับได้แค่ 2 เดือน ก็พอล่ะ หันมาขับรถใหญ่ดีกว่า ยิ่งช่วงนี้ฝนตกบ่อย เปียกไปหมด ลำพังผมขี่มอไซค์เองไม่เท่าไหร่ แต่ลูกสาวแกนั่งไปด้วย” คนขับ Grab บอก นี่แหละหนา ความเป็นห่วงของพ่อคนนึง ที่ลูกสาวอาจจะไม่ได้รับรู้ และคนเป็นพ่อเอง ก็อาจจะไม่กล้าบอกว่า ตัวเองห่วงลูกสาวแค่ไหน .. ฉันคิด

….”ผมมาเช่ารถแท็กซี่นี่ขับ วันละ 800 เติมแก๊สอีก 400 เป็น 1,200 มันอาจจะแพงกว่าตอนขับมอไซค์ ขาดทุน ไปหน่อย แต่ผมก็รู้สึกว่ามันปลอดภัยกว่า” พี่คนขับแกรบบอก พลางปรับกระจกมองหลังรถ และหันมามองที่ฉัน

“พอผมไปรับลูกสาวสัก 3-4 โมง นั่งกินข้าวด้วยกันสักชั่วโมง ผมถึงออกมาขับต่อถึง 6 โมงเช้า แล้วก็ไปส่งลูกที่โรงเรียนต่อเลย” พี่แท็กซี่ Grab เล่าแกมยิ้มเล็กน้อย

“ทำไมถึงต้องขับตอนดึกๆอ่ะพี่ มันอันตรายนะเนี่ย” เสียงฉันแอบตกใจ

“มันรถไม่ติด คุณดูสิ ขับกลางคืนสบายกว่า แถวนี้เอาจริงๆ สัก 4-5 ทุ่มก็โล่งหมดแล้ว”

“แต่ก่อนอ่ะนะ ผมไม่ต้องมาขับอะไรแบบนี้ ทำงานในเมืองมันยาก เพราะพิษเศรษฐกิจ ผมเลยต้องมาทำอะไรแบบนี้” พี่คนขับแท็กซี่เริ่มเล่าชีวิตของตัวเอง

“ยังไงอ่ะคะพี่” ฉันถามด้วยความสงสัยใคร่รู้มาก

“แต่ก่อนอ่ะนะ ผมเป็นเซลล์ เคยเป็นถึงหัวหน้าเซลล์มาก่อน อายุ 29 ก็ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการ เงินเดือนผู้จัดการคุณก็น่าจะรู้ เงินเยอะกว่าตอนนี้เยอะเลย” พี่เขาเริ่มประโยคด้วยการแนะนำอาชีพเก่า

“อ้าวพี่ เป็นผู้จัดการไม่ดีเหรอ ลาออกทำไม” ฉันครุ่นคิด

“มันเบื่อ” พี่แท็กซี่แกรบพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพลันพี่เขาก็เล่าต่อ

“คุณเชื่อไหม ผมทำงานเป็นผู้จัดการเซลล์มา 12 ปี คอมมิชชั่นไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ สมมติเดือนนี้ปิดยอดได้ล้านนึง ผมได้ไปเอง 5% 10% ก็เคยมีมาแล้ว สมัยก่อนผมเป็นหัวหน้าเซลล์ เลี้ยงลูกน้องทุกเดือน ผมเป็นคนใจดี เลี้ยงที 5-6 พันตลอด พอมาเป็นแท็กซี่ ค่าเงินที่เอาไปเลี้ยงลูกน้องสมัยนั้น มันอยู่ได้เกือบครึ่งเดือนในตอนนี้เลยนะ” พี่ขับรถไป พลางเล่าไป

“เซลล์ผ่านมือผมมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ผมเทรนลูกน้องทุกคน สอนลูกน้องทุกอย่าง คนมันจะรับมันก็รับ คนมันจะไม่รับมันก็ไม่รับ ก็อยู่ที่ตัวมัน ผมบอกลูกน้องทุกคนว่า ‘จงทำตัวให้เหมือนหิน ไม่ว่าจะโดนความร้อน ก็ไม่ต้องรู้สึกร้อน ไม่ว่าจะโดนความเย็น ก็ไม่ต้องรู้สึกเย็น’ ใจเราเย็น ใจเราเปียกน่ะเป็นได้ แต่สิ่งที่ห้ามเปียกสุด คือเช็คของลูกค้า!!” พี่เขาพูดแกมหัวเราะ

“คนเป็นเซลล์น่ะ มันจะขายของ มันต้องรู้จักสินค้า เซลล์สมัยนี้แม่งสักแต่ว่าเอาปากไปพูด แม่งไม่ใช่ มันต้องรู้จัก Data มีข้อมูลของที่จะขาย รู้จักของที่จะขายก่อน สมัยผมไปสมัครงานเซลล์ใหม่ๆ ผมถามก่อนเลย ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีเป็นยังไง หัวหน้าถามเอาไปทำไม ผมบอก ผมต้องรู้ข้อมูล ดูว่าจะขายยังไง ทำไมถึงขายได้ ทำไมถึงขายไม่ได้ สิ่งแรกที่คนทำงานเซลล์คือต้องรู้ข้อมูลสินค้าที่ตัวเองจะขายก่อนให้ดี ไม่งั้นก็เจ๊งหมดน่ะสิ” พี่เขาเล่ายาว

“โหพี่ เป็นเซลล์นี่เงินเดือนดีนะ ไหนจะค่าคอมอีก ล่ะพี่เป็นถึงผู้จัดการเนี่ย มันไม่ดีอ่อ” ฉันสงสัยต่อ

“ผมเบื่อคน เวลาโดนกดดันยอดจากหัวหน้า มันเหนื่อยนะ เวลาสอนลูกน้อง แล้วลูกน้องไม่รับ ไม่ทำตาม มันก็เหนื่อย ยิ่งยอดตกอีก มันกดดันมาก เป็นพนักงานออฟฟิศก็ไม่สบาย” พี่เขาเล่าให้ฟัง

“ผมเลยลาออก ล่ะหันออกไปทำไร่ที่ต่างจังหวัด”

“ห๊ะ พี่ไปทำอะไรที่นั่น” ฉันพูดขึ้นเสียงดัง ด้วยท่าทีที่งงไปหมด

“ผมได้ที่ดินจากแฟน ประมาณ 10 ไร่ เบื่อชีวิตพนักงานออฟฟิศ สมัยก่อนเวลาเข้าออฟฟิศที คนก็พินอบพอเทา ไหว้ให้ตลอด แล้วก็ลาออกไปเป็นเกษตรกร แฟนเขามี 10 ไร่ ผมก็เอาเงินไปซื้อเพิ่มอีกเป็น 50 ไร่ เล่นใหญ่มาก” พี่เล่าพลางขำในชีวิตที่ผกผัน

“ผมทำทุกอย่างเลยนะ ตากแดดตัวดำเมี่ยม ทำไร่ทำนามันไม่ง่าย ตอนแรกที่จะแบกถังฉีดพ่นยา โห ไหล่แทบหัก เห็นคนอื่นเขาแบกง่ายๆ แต่มันหนักมากนะคุณ ไหนจะต้องเดินดูแลสวน ตัดตอน ฉีดยา ให้ปุ๋ย ผมดูแลอย่างดี ปุ๋ยก็ต้องดีที่สุด น้ำก็ให้ตลอด” พี่เขาเล่าถึงวิธีการดูแลสวนของตัวเอง

“อ้าว ชีวิตก็ดูสบายนะพี่ ทำไร่ทำสวน ไม่ต้องมาวุ่นวายในเมืองกรุง” ฉันพูด

“โห มันเจ๊งนะสิ เจ๊งไม่เป็นท่าเลย เห็นคนอื่นเขาทำกัน มันนึกว่าจะง่าย เห็นคนอื่นได้ผลผลิต 5 ตัน ผมเองได้นิดเดียว คือมันพึ่งอะไรไม่ได้ ปีก่อนน้ำก็ท่วม ปีนี้น้ำก็แล้ง คนทำไร่ทำนามันพึ่งแต่ดินฟ้าอากาศ แต่ก่อนผมขับ Camry ก็ต้องเอารถไปขาย บ้านที่พิจิตรก็ต้องปล่อยให้ธนาคารยึด” พี่เขาพูดด้วยน้ำเสียงค่อยๆเบาลง

“ผมมารู้เลย สมัยผมทำงานได้เงินเดือนเยอะๆ ถ้าผมเก็บ ผมมีเงินเป็นล้านๆแล้ว แต่ความชอบเสี่ยงของผมนี่แหละ มันหายไปหมดเลย…” เขาพูดพลางสลดในใจ

“คุณเชื่อไหม สมัยนี้ เวลาเงินลูกค้าให้เกิน 20 บาท ผมก็ต้องให้คืน ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขา แต่พอได้ทิปจากลูกค้าฝรั่งที 20 บาท ผมโครตจะดีใจเลย.. เคยบอกลูกสาวว่า แต่ก่อนขับมอไซค์มันได้เงินเยอะ ขับ Grab food หน่ะ แต่ก็เสี่ยงตายนะ เห็นคนตายคลุมผ้าก็เคย แต่พ่อมาขับรถยนต์ มันก็จะขาดทุน เหนื่อยหน่อยนะลูก เงินน้อยลง แต่ลูกสบายขึ้นนะ ไม่ต้องไปตากแดดตากลม”

พี่เขาพูดถึงตรงนี้ อิชั้นน้ำตาจะคลอ

“เอาจริงๆนะ ผมไม่ได้อยากเป็นเซลล์หรอก แต่เงินมันดี” พี่เขาพูดรถใกล้ถึงสี่แยกและเลี้ยวเข้าแถวบ้านฉัน ฉันจึงพูดว่า

“อุ๊ย ถึงหน้าบ้านหนูแล้ว จอดตรงนี้เลยค่ะ ซิดซ้ายนิดนึงนะคะ ก่อนถึงสะพาน” ก่อนปิดประตูรถโดยสาร ฉันหันมาขอบคุณพี่เขา และบอกว่า

“สู้ๆนะพี่ วันนี้ได้อะไรดีเยอะเลย” พร้อมกับยิ้มตอบและกดรับ และให้ทิปในแอปเขาไปอีก 20 บาท …ชีวิตแม่งไม่ง่ายนะเว้ย…

**เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแต่ง เป็นเรื่องจริงล้วนๆ แต่บทสนทนาอาจจะวกวนไปบ้าง เลยขัดเกลามาอ่านให้เข้าใจกันง่ายขึ้นค่ะ

**เรื่องนี้จะ Made my day ใครบ้างไม่รู้ แต่วันนี้โครตๆๆๆๆๆ Made my day ฉันเลย

 7 total views,  1 views today

0 Shares
Share via
Copy link
Powered by Social Snap