DiaryLife

อดีต ปัจจุบัน อนาคต…

ตอนนี้ ทำไมรู้สึกเหมือนชีวิตมันเคว้งๆไม่รู้

มาเรียนที่อินโด ก็เหมือนไม่ค่อยมาเรียนเท่าไหร่ เหมือนมาเที่ยวมากกว่า

ถ้าถามว่าเดือดร้อนมั้ยที่มาอยู่ที่นี่…. ก็ไม่นะ

แต่มันรู้สึก เหงาๆ และค่อนข้างโดดเดี่ยวมากกว่า…

เพราะอะไรนะเหรอ.. อาจจะเพราะว่า อยู่คนเดียวมั้ง

เหมือนจะมีเพื่อนมากมาย ได้ไปที่นู่นนี่นั่น แต่มันก็แบบ ยังอ้างว้างแปลกๆไงไม่รู้

แต่มันก็อยู่สบายดีนะ อาจจะสบายกว่าหลายๆคนด้วยซ้ำไป

ตอนนี้มันคิดว่า ถ้าเราจบไป แล้วเราจะทำอะไรต่อไป…

มันคงเป็นคำถามที่ตอบได้ยากเหมือนกันอ่ะ เพราะว่า ตอนนี้ก็มึนๆกับชีวิต

เอาจริงๆฉันก็มีเป้าหมายในชีวิต มีความฝันเหมือนคนอื่นนะ

แต่ทำไมช่วงนี้มันเคว้งๆยังไงชอบกลไม่รู้

เคยมั้ย..แบบไม่อยากทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ นิ่งๆ

อยากมองอะไรแบบช้าๆ แล้วก็ไม่อยากไปอยู่ในสภาพที่มันวุ่นวายเหมือนแต่เก่า…

หรือเราอาจจะโตขึ้น  หรืออาจจะปล่อยวางแล้วก็ไม่รู้
.

..


ตั้งแต่เรียนจบ แล้วรับปริญญามา ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างนึง

แต่ที่ทำไป ตั้งใจเรียนไปก็เพื่อแม่ทั้งนั้นอ่ะ

มันอาจจะดูเหนื่อย… แต่เราก็ถือว่า เราได้ผ่านมาจุดๆนึงแล้วล่ะ

จริงๆ ชีวิตมันย่อมมีความหมายในตัวของมัน

วันนี้เราอาจจะไม่รู้ เราทำไปทำไม เราทำเพื่อใคร เพราะว่าเราอาจจะไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

ตอนนี้ฉันคิดว่า ฉันมีจุดมุ่งหมายในชีวิต และอยากทำสิ่งที่ฉันคิดว่าต้องทำให้ได้และต้องทำให้สำเร็จก่อนตาย… 

แต่บางครั้ง มันก็มีความรู้สึกเนือยๆ พอเรื่องบางเรื่องมันเข้ามากระทบจิตใจ มันก็ทำให้ใจเราเขวไปบ้างเหมือนกันนะ

เพราะอดีตนี่แหละ มันทำให้ฉันคิด…

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ฉันได้ผ่านเรื่องเลวร้ายหลายๆอย่างในชีวิตเข้ามา..

แม้ว่ามันจะผ่านไปนาน แล้วมันก็อาจจะเป็นเรื่องราวที่ทำให้เราเหมือนมีแผลเล็กๆอยู่ในใจ

แต่แผลนั้นมันก็เป็นตัวที่คอยทำให้เรารู้ว่าเราไม่ควรจะกลับไปทำผิดพลาด แล้วก็ต้องมีสติเพื่อที่จะป้องกันเอาไว้

เพราะชีวิตคนเราบางทีมันก็ไม่มีอะไหล่ให้ซ่อม ไม่มีเครื่องย้อนเวลาให้กลับไปแก้ไขนะ

ฉะนั้น จงอยู่กับปัจจุบัน มีสติกับปัจจุบัน และทำปัจจุบันให้มีสติมากที่สุด…

ฉันเคยมองว่า ปัญหาของฉันมันเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก… มากจนคิดว่า ฉันไม่มีทางรับมันได้อยู่แน่นอน และฉันอาจจะตายได้ในไม่ช้า ถ้าปัญหานั้นมันยังอยู่ 

….
แล้วเป็นไง….ก็ไม่แล้วไง… เห็นมั้ย ฉันก็ยังอยู่ ยังไม่ได้ตายไปสักหน่อย… ก็เพราะเวลามันมาช่วยบรรเทาความทุกข์นั้นไงล่ะ…

พอย้อนกลับไปตอนนี้ ฉันก็เลยคิดว่า มันก็แค่ปัญหาในอดีต… ฉันผ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องที่มันยากกว่านี้ ฉันก็ต้องผ่านมันไปให่้ได้แหละ… เรื่องใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวอีกล่ะ…

แล้วยิ่งพอเรามาฟัง มารับรู้ หรือได้ไปอ่านเรื่องราวของคนอื่นในอดีตที่ผ่าน ยิ่งทำให้เรารู้ว่า… เค้าแย่กว่าเราอีก…

เพราะฉะนั้น ก็จงภูมิใจเสียเถอะว่า อดีตของเรา มันอาจจะหนักถ้าเราเป็นคนแบกมันเอาไว้ ถ้าอยากให้มันคลาย ก็แค่วางมันลง..แค่นั้นเอง

แต่อดีต จะไม่มีวันมาทำให้ฉันท้อถอยเป็นอันขาด

บางครั้ง ฉันก็ดูเข้มแข็ง เพื่อลบเลือนสิ่งที่ไม่ดีในชีวิตให้ออกไป

แต่จริงๆใครจะรู้บ้างป่าวว่า ฉันอาจจะเข้ามาให้ห้อง แล้วเดินไปที่เตียง พร้อมกับเอาหน้าไปซุกหมอน ร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ

แต่คนมันต้องอยู่ให้ได้สิ

ฉันไม่ยอมรับนะว่าฉันเป็นคนที่เข้มแข็ง และฉันก็ไม่ยอมรับด้วยว่า ฉันเป็นคนที่อ่อนแอ…ฉันขอเป็นคนที่อยากรู้จักปล่อยวางชีวิต และมีสติอยู่มันตลอดเวลา เพื่อให้เราก้าวผ่านไปได้

ยอมรับว่า บางครั้งเราก็อาจจะอ่อนแอ แต่เราก็ต้องทำใจยอมรับมัน หาทางแก้ไข และให้เวลาเป็นตัวบรรเทาความทุกข์นั้นไป

ฉันอยากอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันขณะให้มันดีที่สุด ..แล้วเราจะไม่โทษตัวเองอีกเลย…

ส่วนอนาคต ฉันขอตั้งเป้าหมายอย่างที่ฉันคิด และฉันต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่เสร็จจะไม่เลิกทำ…

เพราะคนเราต้องมีความมุ่งมั่น เพื่อเป้าหมายของเรา

อย่างน้อยเราเริ่ม ก็ดีกว่าเราไม่ได้เริ่ม… 

ถ้าเรามัวแต่มานั่งคิดว่า เราทำไม่ได้หรอก มันก็ทำให้เราไม่ได้เริ่มสักที พอเวลาผ่านไปสักปีสองปี เราก็ยังไม่ได้ทำไม่ได้เริ่มจริงๆแหละ

แต่ถ้าเราคิด และเริ่มทำ พอเวลาผ่านไปสักปีสองปีเหมือนกัน..มันอาจจะยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่อย่างน้อย เราก็เริ่มใช่ไหมล่ะ แล้วก็อาจจะเข้าใกล้ความฝันได้มากกว่าแต่ก่อนก็ได้…

 เพราะฉะนั้น ฉันขอเริ่มเดินตามความฝัน ณ ตอนนี้ … ได้ทำ ดีกว่าไม่ได้ทำ…

เพราะฉันเชื่อว่า อนาคต ฉันกำหนดเองได้…

สู้ๆต่อไปเจลลี่ ^___^

Show More

Jell

มนุษย์ผิวแทนที่ชอบแต่งหน้า เป็น Digital Marketing & Photographer ผู้รักในความงาม แต่งหน้า ถ่ายรูป หลงใหลในเทคโนโลยี สนใจในวัฒนธรรม ชอบเที่ยวไปในโลกกว้าง และเป็นสายกินสุดๆ...

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close

Send this to friend