ของใช้แล้วชอบประจำปี 2017!!!!!
Best of Cosmetics & Skincare of the year 2017!!!!!!!

มาถึงคอนเท้นที่ทุกคนรอคอยกันบ้างเนอะ กับที่สุด ของที่สุด ของที่สุดแห่งปี ที่เจลคัดสรรมาแล้วและใช้จริงทุกตัว!!! ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันไปเลยทีเดียว ..

บอกเลยว่า ของทุกตัวนั้น เราใช้ทั้งราคาถูกและแพงผสมกันไป และที่เอามาให้ดู ไม่ได้มีความเรียงลำดับความชอบแต่อย่างใด คือรู้ว่าชอบอันนี้ อันนั้น ก็จะเอามาให้ดู ใครอยากรู้ว่าที่สุดของเจลเป็นตัวไหนบ้าง ตามไปกันโลด!!

 


 

เริ่มจากงานห้องน้ำกันก่อนนะคะ

– งานสระผม แชมพูสระผมที่ต้องยกให้ในปีนี้คือ L’oreal Paris (Thailand) สูตร Elseve สีแดงเนี่ยแหละ สระแล้วไม่คัน ไม่แห้ง ผมนุ่มชุ่มชื้นดีมากเวอร์ เจลใช้ยี่ห้ออื่นแล้วแพ้ ผมชอบคัน มีรังแค แต่ตัวนี้ใช้ดีมากค่ะ ปลื้มใจ มีความผมนุ่ม และกลิ่นไม่ฉุนจนเกินไปค่ะ

– ตัวต่อมาคือ #Selsun มันคือแชมพูขจัดรังแคค่ะ ตัวนี้กลิ่นฉุนมากๆๆๆๆๆ แต่ๆๆๆ ข้อดีของมันคือ รังแคหายเกลี้ยง!!! ยิ่งช่วงไหนแพ้แชมพูยี่ห้อใหม่ๆที่ลอง หรือว่าสระผมแล้วไม่รีบทำให้ผมแห้งโดยเร็ว หนังศรีษะจะเป็นรังแคได้ง่ายมาก เจลจะต้องใช้ตัวนี้เพื่อทำการยับยั้งรังแค ใช้แบบติดกันเลยนะสักประมาณ 1-2 อาทิตย์ เห็นผลดีมากกกก คือต้องมีติดไว้ ซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไปค่ะ

– ถัดมาตรงกระปุกกลมๆก่อน ด้านล่างเป็น @Caring AHA Formula ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ราคาไม่แพง เอาไว้ใช้แทนครีมนวดผม เป็นสูตรที่เหมาะกับผมเสียที่ผ่านการทำสี ดัดหรือย้อมนะคะ เจลจะไม่ใช่ครีมนวดในขั้นตอนสุดท้ายของการสระผม แต่จะลงตัวนี้แทน หมักไว้สัก 3-5 นาที แล้วล้างผม ผมนี่นุ่มขึ้นทันตาเลยค่ะ ชอบ!!!

– กระปุกกลมๆด้านบนกันบ้าง ตัวนี่คือ ครีมมะขามพะเยา ครีมขัดผิว มะขามพะเยา ตรา แม่แสงดี .. วันไหนอยากขัดผิว ตัวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้แบบดีมาก เพราะว่าเป็นมะขาม ซึ่งมีกรดเอเฮชเอเบาๆ ขัดแล้วผิวนุ่มมากมาย คือเจลชอบใช้ไว้ขัดๆ พอกอีกนิดหน่อยประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะขาวขึ้นแบบใสๆ (แต่ก็ไม่ได้ขาวมาก เพราะพื้นเพเราไม่ได้ขาวนะ55+) ตัวนี้ชอบมากกกกก หมดทีไรก็จะซื้อตุนตลอด เป็นนวัตกรรมพื้นบ้านที่เลอค่ามาก บอกเลย

– มาถึงในส่วนของครีมอาบน้ำกันบ้างค่ะ ตัวแรกที่ชอบสุดอะไรสุดในปีนี้คือ ครีมอาบน้ำของ St.Ives Thailand ค่ะ และต้องเป็นกลิ่นวนิลาเท่านั้น!!! ได้กลิ่นแล้วเหมือนอยากกินขนมหวาน ผิวนุ่ม และหอมทุกครั้งที่ได้ลอง ปลื้ม!!!

– ตัวสุดท้ายก็คือ ครีมอาบน้ำจาก LUX ค่ะ เป็นครีมอาบน้ำรุ่น White Impress นะคะ เจลชอบความขาวของครีมและมีความสครับเบาๆ ใช้แล้วผิวนุ่มดี กลิ่นหอม และฟองเยอะมว๊ากกกกกก งานฟองต้องให้ลักซ์เค้าค่ะ ของดี 555+

 

 

ตัวต่อมาเป็น ครีมทาผิวกันบ้างเนอะ

– ตัวแรกคือ Vaseline Healthy White ตัวนี้ผสมสารกันแดดมาให้ด้วยคือ SPF 30 PA+++ คุณคนนี้ทาแล้วขาวขึ้นจริงอะไรจริง แต่เราชอบในเรื่องของความใสของผิวมากกว่า มันผสมสารที่ช่วยให้ผิวเน่าๆดูกระจ่างขึ้นได้ และแน่นอน มันขาว ส่วนเนื้อครีมจะค่อนข้างกลางๆ ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไปค่ะ

– ตัวต่อมาคือ Jergens Moisturizers in Thailand (by Mamy Co. Ltd.) #Jergens Hydrating Coconut ตัวที่ผสมกับมะพร้าว เน้นไปเลยเรื่องของความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำมาก ชอบมากกกก แต่เนื้อเค้าจะข้นๆแบบข้นมาก เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง เจลชอบใช้ช่วงที่รู้สึกว่าผิวเราแห้ง ขาดน้ำ อยู่ในห้องแอร์บ่อยๆ ก็จะเอาตัวนี้ขึ้นมาทาค่ะ และชอบใช้ในช่วงกลางคืน ทำให้ได้ผิวที่อิ่มขึ้น

– ถัดมาคือของ Biore Thailand รุ่น Anti-Pollution ผสมสารกันแดดเยอะสุดคือ SPF50 PA+++ ชอบมากกกกกก ใช้เวลาออกแดดล่ะไม่เหนียวเหนอะผิว คือมันแบบกันแดดได้ดี เวลาไปออกทริป ไปเที่ยวก็จะพกตัวนี้เอาไว้ทาตัว มันแบบคือดี มีความกันแดด ผิวไม่เสีย ชอบ

– และตัวสุดท้าย เป็นครีมทามือ ตัวนี้จะพกไว้ในกระเป๋าตลอดเลยค่ะ เป็นของ Boots Thailand Hand Cream รุ่นนี้ผสมกับอัลมอนด์และมะพร้าว กลิ่นหอมเหมือนขนมมาก เจลชอบมากเลย ทาแล้วได้ฟีลแบบอยากจะเอามือขึ้นมาดมตลอด 5555+

 

ส่วนของการบำรุงผม

– ตัวแรกคือ Brelil Professional ตัวนี้ช่างทำผมแนะนำมา นางบอกว่าเป็นทรีตเมนต์ เวลาทำผมลอนๆแล้วอยากให้ผมอยู่ทรง ตัวนี้เหมาะสุด ใช้แค่ไม่เกินสองปี๊ด ผมจะเป็นลอนเด้งอยู่สวยมาก ที่สำคัญตัวนี้จะช่วยบำรุงผมด้วย และใช้แล้วไม่มัน หัวไม่เยิ้มค่ะ และอย่าชะโลมทั่วผมนะตัวนี้ เน้นแค่ปลายๆผมให้ลอนมันเด้งๆก็พอค่ะ

– ต่อมาคือ @Molly ตัวนี้ใช้ทุกวันหลังอาบน้ำ เวลาอยากให้ผมมันตรงดิ่งแบบตรงๆเลย จะเอาไดร์เป่าต่อหรือจะรีดผมต่อ ก็ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย เนื้อครีมจะเป็นแบบสีขาวขุ่นๆ ใช้ไม่ต้องลงทั่ว ลงแต่ปลายผม ผมก็จะตรงอยู่ทรงอย่างที่ใจต้องการเด้อ

– ต่อมาคือซิลกี้บำรุงผมแบบจริงจัง ตัวนี้ชื่อ @GoHair ค่ะเป็นซิลกี้สาหร่าย ที่ใช้หลังสระผมล่ะผมจะนิ่มมากกกกกกกกกก คือมันเป็นการบำรุงผมขั้นสุด ด้วยความที่มันผสมสาหร่ายใช่ป่ะ มันคือโปรตีนดีๆนี่เองแหละ ผมนิ่ม สวยก็ต้องตัวนี้เลยค่ะ

– ถัดมาคือ Dry Shampoo ค่ะ ตัวนี้เป็นสเปรย์สระผม หรือแชมพูแห้ง วันไหนไม่ต้องการสระผม แต่ไม่อยากให้หัวเหม็น ตัวนี้ค่อนข้างดี แต่จะมีสีขาวออกมาหน่อย ต้องคอยขยี้ๆให้หมดเด้อจ้า ระวังผมจะกลายเป็นสีขาวไม่รู้ตัวนะ อิอิ

– และตัวสุดท้าย ชื่อ La Bourse Collagen Hair Serum เป็นเซรั่มดูแลผมแบบจริงจัง จะมีความน้ำมันหน่อยๆ แต่ใช้นิดเดียวพอ อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาตินะ ใช้ได้ทั่งหัว แต่โคนผมไม่ต้องนะ เน้นในเรื่องของการดูแลผมเสีย และปรับสภาพเส้นผมแตกปลายได้ดี ผมไม่พันกันเลยเด้อ

 

มาในส่วนของสเปรย์น้ำแร่กันบ้าง
ปีนี้มาวินแค่สองตัวเท่านั้น

– ตัวแรกคือของ @Freshdrop ค่ะ เป็นน้ำแร่ราคาประหยัด มีทั้งขวดใหญ่ และขวดเล็กที่พกพาง่าย ตัวนี้ค่อนข้างเป็นน้ำแร่ที่ใช่บ่อยนะ คสอ อาจจะไม่ได้ติดทนนานเท่าไหร่ แต่เน้นความชุ่มชื่นผิวมากกว่า เวลาซับหน้ากลางวันจะรู้สึกเฟรชขึ้นมาเลย

– อีกตัวคือ Eucerin คือ เป็นรุ่น Hyaluron Mist Spray ตัวนี้ค่อนข้างราคาสูงไปนิด เจลใช้ไม่บ่อย เพราะเสียดาย 555+ แต่ที่ชอบคือมันแบบทำให้ คสอ ติดทนนะตัวนี้ และเวลาใช้ คสอ ไม่ระเหยไปกับตัวน้ำ แต่มันจะยิ่งกักเก็บความชุ่มชื่นไว้อยู่ มันผสมวิตามินที่ค่อนข้างโอเคสำหรับผิวหน้า คนผิวบอบบางใช้ได้แน่นอนค่ะเพราะมันเป็นเวชสำอางค์

 

มาถึง Makeup Remover กันบ้างเนอะ

– ตัวแรกเลยคือ Watsons Thailand Cleansing Water ตัวนี้จะเป็นน้ำที่เอาไว้เช็ดหน้าเพียวๆ เจลชอบเอามาใช้เช็ดหน้าทั่วไปที่ไม่ใช่ตากับปากค่ะ คือมันถูกมากกกก แต่ดีมากเวอร์ ชอบซื้อตอนมัน 1 แถม 1 อ่ะ ตุนไว้ตลอด คือใช้เยอะแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเปลือง 555+ ก็เอาตัวนี้ผสมกับสำลีนะ เช็ดทุกวัน ทั้งหน้า ทั้งคอ มันดีจริง บอกตรง

– ตัวที่สองคือ Bifesta Thailand Sebum Cleansing Lotion ตัวนี้จะคล้ายกับของตัวแรก แต่ว่ามันจะอ่อนโยนมาก เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เอาไว้เช็ค คสอ เวลาแต่งหน้าจัดๆ (แต่ใช้ไม่ค่อยดีกับตาและปากนะ) เอาไว้เช็ดพวกรองพื้น แต่งแก้มจัดๆ พวกนี้จะดีมากกกกก มีขวดเล็กด้วย ชอบเอาไว้พกพาไป ตจว หรือ ตปท เวลาไปเที่ยวค่ะ

– ตัวที่สามคือ L’Oréal Paris Gentle Cleansing Milk ตัวนี้เน้นในเรื่องการทำความสะอาดเวลาผิวรู้สึกแพ้หรือแบบแต่งหน้าจัดๆ ใช้เช็ดได้ทั้งตาทั้งปากเลยนะ เนื้อจะเป็นเนื้อน้ำนม มีความครีมขึ้นมาเล็กน้อย แต่เช็ดแล้วสะอาดหมดจดมาก

– ตัวที่สี่ นี่คือ The Best มาก ต้องให้นะปีนี้ กับ @Bifesta Eye Makeup Remover ตัวนี้เจลจะใช้ทั้งตาและปากค่ะ คือต้องพกติดไว้เลย เจลใช้เช็ค คสอ ได้ทุกตัว เวลาใช้ต้องเขย่าๆก่อนนะคะ เพราะมันมีส่วนผสมของออยอยู่ แต่เช็ดออกแล้วไม่ค่อยหลงเหลือคราบน้ำมันมากมาย คือพอชุ่มๆ แล้วตามด้วยการล้างหน้า คือมันดี ใช้แล้วไม่แสบตาด้วยเด้อ

– ตัวสุดท้ายคือ Bioderma Thailand ตัวนี้เจลจะใช้ช่วงที่เราเป็นสิวอ่ะค่ะ จะแบบต้องการความอ่อนโยนเล็กน้อย ผสมกับสำลีแล้วเช็ด คสอ ได้สะอาดดี ไม่ทิ้งคราบของความมันหลงเหลืออยู่เลยยยยยยย เช็ดได้สะอาดดีมาก ชอบ

 

มาในฝั่งการดูแลกลิ่นตัวบ้าง
แต่ละตัวนั้น เจลจะใช้ไม่ค่อยเยอะ อย่างน้ำหอม ถ้าชอบอะไรแล้วก็จะใช้เลย ไม่เปลี่ยนกลิ่นบ่อยค่ะ ดังนั้น จึงมีแค่ไม่กี่ตัว

– อย่างแรกเลย ของดีราคาถูกมากเวอร์กับ แป้งตราเต่าเหยียบโลก ค่ะ แต่ก่อนเคยใช้สีเหลือง มันแบบไม่ถูกจริตเท่าไหร่ พอมาใช้สีชมพูกับม่วง นี่ค่อนข้างดี ระงับกลิ่นได้หมดเลยเด้อออ ทั้งรักแร้ ซอกข้อศอก รวมไปถึงเท้า เจลชอบเอาไปใส่ผสมๆโรยกับรองเท้า 5555+ ก็โอเคอยู่น้าาา ราคาถูกด้วย เพราะไม่ชอบใช้โรลออนอ่ะ มันรักแร้ดำนะ ฮือออ

– ถัดมาคือน้ำหอมจาก Miniso Thailand ค่ะ ตัวนี้จะเป็นกลิ่นขนมเบาๆ ราคาก็ถูกมากกกก แต่กลิ่นจะอยู่แค่แบบ 3-4 ชม.เองนะ คือไม่นาน แต่ชอบความขนมอ่ะ ได้กลิ่นแล้วเหมือนแบบอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์มากมาย 5555+

– ตัวต่อมาคือจาก Miniso อีกแล้วเช่นกันค่ะ มีพี่ในแฟนเพจส่งมาให้นะคะอันนี้ อันแรกหมดไปแล้ว และเจลก็หาซื้อไม่ได้ เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างหวานแต่ให้อารมณ์เฟรชอยู่ ติดทนด้วยนะอันนี้ ใครสายหวานนี่ต้องลองค่ะ

– ถัดมาเป็นของ S.Oliver ตัวนี้จากฝั่งยุโรป มีคนซื้อให้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าจากฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ตัวนี้จะติดทนแบบ โครตพ่อโครตแม่ทน กลิ่นจะมีความหวานกว่าตัวเมื่อกี้ แต่จะเป็นความหวานที่ค่อนข้างผู้ดี หวานละมุน หวานหยาดเยิ้ม หวานกรุบๆ อธิบายไม่ถูกอ่ะ 5555 คือชอบใช้ไปออกงานอ่ะ มันดูดี ฉีดแล้วแบบต้องทาปากสีชมพูตลอด 5555+

– ถัดมาเป็นน้ำหอมที่ฉุนมากกกกกก ฉุนจริงจัง เวลาใช้ต้องใช้แต่น้อย อย่าไปเยอะมาก เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเป็นพวกแขกหลงมา มันคือ CHANEL No.5 อันเลื่องชื่อค่ะ ถามว่ามันหอมมั้ย มันหอมมากเว้ยแก หอมแบบพุ่งอ่ะ หอมไปถึงดาวอังคาร ถามว่าชอบมั้ย ความรู้สึกแรกที่ได้กลิ่นคือไม่โอเค แต่พอใช้ไปสักพักมันผสมกับกลิ่นกายของเรา แล้วมันจะรู้สึกยั่วๆไงไม่รู้ เวลาใช้ต้องแบบแต่งหน้าแซ่บๆ ปังๆ ลุคปากแดง หรือสายฝอไรเงี้ย มันจะให้อารมณ์ยั่วๆบดๆ โครตดีเลย และมันทนมากกกก ไปกินหมูกระทะมากลิ่นก็ไม่หาย ฮืออออ

– และตัวสุดท้ายเป็นของ Daisy จาก Marc Jacobs ตัวนี้ได้ตัวทดลองมาลองใช้อยู่ 4 กลิ่น เจลชอบกลิ่น Daisy สุด ให้ความละมุนแบบหวานฟุ้งๆ ว่าจะหาซื้อขวดใหญ่อยู่นะ ขวดเล็กก็ชอบ เจลจะเอาไปเวลาไปเที่ยวก็จะใช้กลิ่นนี้ และอีกอย่างคือชอบความหวานขนมของเค้า มีความละมุน ใช้แล้วดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ดูตัวเล็กมาก 555555555555+

 

มาถึงฝั่งสกินแคร์กันบ้าง เจลใช้ทั้งถูกและแพงผสมกันไปนะคะ

– ตัวแรกมาถึงอายครีมกันก่อนเนอะ กับ Lancôme Rénergie Lift Multi-Action Lifting And Firming Eye Cream เน้นรอยใต้ตาและตีนกาเป็นพิเศษค่ะ ฮ่าๆๆ ยิ่งอายุเยอะขึ้น เราก็ต้องหาอะไรที่มันแบบบำรุงใต้ตาเราเบาๆ ตัวนี้จะเพิ่มความชุ่มชิ้นได้ดีและมีความแห้งไวมากกกก ทาแล้วไม่เหนอะตาค่ะ แต่เอาจริงๆ เจลว่าการนอน พักผ่อนเยอะๆ สำคัญที่สุดน้าาาา

– ตัวที่สองคือ Kohaku Hada Thailand KOHAKUHADA Milky Lotion ตัวนี้อาจจะไม่ใช่โลชั่นแบบครีมนะ มันคือแบบน้ำตบดีๆนี่เอง แต่เน้นเรื่องของความชุ่มชื่นผิว เพราะมีสารสกัดจากอำพัน เนื้อเค้าค่อนข้างเหลวค่ะ ซึมซาบได้ไวดีมาก เหมาะกับผิวผสม คือใช้แล้วหน้านุ่มเวอร์ ลองใช้ตัวนี้ จากที่ผิวหน้าเคยแห้งบางช่วง ก็ไม่แห้งอีกเลย คือชอบ

– ตัวที่สามคือ SK-II (エスケーツー) เค้าคือน้ำตบป้าเจี๊ยบอันเลื่องลือ ใช้เวลาที่ผิวหน้าดูโทรม แต่คือแบบมันผลัดเซลล์ผิวได้ดีมาก ไม่เหนียว ไม่แห้งดึง ใช้แล้วหน้าจะสวยใสโดยไม่ต้องพยายาม 555+ คือมันดีจริงนะ แต่อาจจะแห้งเป็นขุย ต้องใช้ร่วมกันกับพวกมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ทำให้ผิวแบบชุ่มชื่นด้วยนะ เพราะความแห้งของน้ำป้าเจี๊ยบนี่แหละ ทำให้ผิวดูกระจ่าง เพราะว่ามันแอบผลัดเซลล์ผิวเบาๆ คือดีสุด ไรสุด ที่สำคัญรูขุมขนโอเค กระชับขึ้นด้วยนะเธอ

– ถัดมาคือ Ganier Light Complete White Speed Super Essence ตัวนี้เน้นเลยทำให้ผิวขาว ช่วงไหนอยากผิวขาว ตัวนี้เริ่ดจริงอะไรจริง ด้วยความที่มันผสมกับกรดมะนาว ผิวที่เป็นสิวหรือแพ้ง่ายอาจจะต้องเลี่ยงด้วยนะ เพราะมันอาจจะแสบและทำให้เกิดสิวขึ้นได้อีก แต่ตัวนี้ยอมรับเลยว่าพวกรอยด่างดำหายเร็วจริง แถมยังพ่วงด้วยความขาว เจลใช้เฉพาะเวลาที่ต้องการให้หน้าขาวเท่านั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้ขาวเวอร์มากมาย เพราะพื้นเพเราก็ไม่ได้ขาวอะไรขนาดน้านนนน

– ต่อมาคือ Lancôme Visionnaire Serum ตัวนี้เป็นเซรั่ม เนื้อครีมใสๆ ทาแล้วไม่หนักหน้า บีบแล้วค่อนข้างให้ความนุ่ม ชอบเนื้อสัมผัสเค้ามาก ให้อารมณ์ทาเหมือนไม่ได้ทา แต่เป็นการบำรุงที่เจ๋งมาก เรื่องความชุ่มชื้นผิวนุ่มต้องให้ ทาแล้วผิวแต่งหน้าง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใสใดๆ แต่ชอบเพราะกลิ่นบางๆและความผิวฟูแต่งหน้าง่ายค่ะ

– ต่อมาคือครีมโอเลย์ Olay Total Effect ใช้มาตั้งแต่ละอ่อน วัยใส จนกระทั่งอายุจะสามสิบล่ะ ตัวนี้ไม่เคยหายไปจากโต๊ะเครื่องแป้งเลย มันแบบหมดไปกี่กระปุกไม่รู้แล้ว นับไม่ถ้วนเลย เป็นครีมที่แบบ ต้องติดเอาไว้สามัญประจำบ้านมาก เจลเองเป็นสาวกโอเลย์ที่แบบ ปลื้มในประสิทธิภาพของเค้า ความทำให้หน้าชุ่มชื้น ความใส ลดรอยด่างดำได้ดี แถมยังทำให้ผิวนุ่ม เป็นครีมที่ต้องมีอ่ะ คือนึกไม่ออกจะใช้ตัวไหน ตัวนี้คือตอบโจทย์สุดอะไรสุดเลยอ่ะ

– ถัดมาคือ Provamed Club #Provamed ครีมทาผิวที่ผสมวิตามินอี เจลชอบใช้เวลาที่หน้าพังๆก็จะเอาตัวนี้เน้นความชุ่มชื้นเพราะผสมวิตามินอีที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เน้นทาได้ทั่วหน้า เป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เจลชอบทาตอนกลางคืน มันดีจริงไรจริง

– ถัดมาคือ Smooth-E Thailand #Smooth รุ่น White Baby Face ด้วยความที่เราอยากหน้าเด็กช่ะ ลองตัวนี้ล่ะให้อารมณ์แบบคล้ายๆของ Provamed นะ คือมันผสมวิตามันอี ผิวแพ้ง่ายใช้ได้เลย กลิ่นจะเป็นแบบดอกไม้อ่อนๆ ทาแล้วไม่หนักหน้ามาก แต่ส่วนตัวคิดว่าซึมได้ค่อนข้างช้าแต่ไม่ทิ้งความเหนอะไว้บนใบหน้านะ เอาไว้ใช้แล้วดูหน้าเด็กดี ฮี่ๆๆๆ

– ต่อมาคืก Smooth E รุ่นออริจินัล ที่แบบเจลชอบเอาไปแต้มตรงพวกรอยดำ รอยแดงอ่ะ หายเร็วจริง คือต้องมีไว้ติดบ้านเหมือนกันอันนี้ หลอดเล็กๆจะพกพาสะดวกมาก เวลาไป ตจว หรือ ตปท ก็จะเอาไป เพราะใช้ง่าย ตัวนี้ซึมเร็วมากนะ

– ถัดมาคือครีม AHA 9% ตัวนี้เน้นเลย เป็น AHA ที่ผลัดเซลล์ผิวได้แบบว่าไวมาก แต่ทาแล้วต้องใช้ครีมกันแดดด้วยนะ เพราะผิวจะไวต่อแสงมาก ตัวนี้หาซื้อได้ในร้านขายยาเลยค่ะ จะมีหลายระดับ % ให้เลือก เจลเลือกใช้ตัวที่ค่อนข้างแรง เพราะผิวเราด้านมาก 55555555+ แต่ก็ทาแค่ช่วงกลางคืนเท่านั้นนะ

– มาถึงตัวสุดท้ายที่ถูกสุดอะไรสุด คือ ผงพิเศษตราร่มชูชีพ เด้อจ้าาาา เอามาไว้ใช้แต้มสิวเลย ยิ่งสิวที่กำลังเปล่งนะ เจลจะเอาคอนต้อนบัตชุบน้ำเบาๆแล้วแต้มกับผงวิเศษ คือสิวจะยุบและแห้งไวมาก ใครเป็นสิวละเคยใช้ตัวนี้ อย่าลืมบอกด้วยนะ เจลว่ามันอะเมซิ่งมาก ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญเด้ออออออออ

 

มาในส่วนของครีมกันแดดกันบ้าง
ปีนี้เกือบจะยกเซ็ท เทใจให้ Biore Thailand กันไปเลยยยยย

– ตัวแรกคือ Biore UV Aqua Rich Watery Mousse ตัวนี้เป็นเนื้อมูสที่ใช้ได้ทั่วหน้า ผสมกับสารกันแดด SPF 50 PA++++ คือให้กันแดดมาเยอะมากเวอร์ ทาแล้วจะเหมือนเคลือบผิวเบาๆเพราะมันเป็นเนื้อมูส ใช้เวลาที่ไม่ต้องการลงอะไรเยอะ คือใช้ตัวนี้ละแบบเป็นแป้ง หรือคูชั่นก็จบเลย เขาบอกว่า เอาไว้ทาก่อนแต่งหน้าจะดีมาก เพราะทาแล้วมันกระจายแสงได้ดีเวอร์วัง ใช้มาจะหมดหลอดล่ะเด้อออ

– ถัดมาคือ Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA+++ ตัวนี้จะคล้ายกับตัวเมื่อกี้แต่จะเป็นเนื้อน้ำ เจลชอบสุดอะไรสุด เพราะว่าทาได้ทั้งหน้าและตัว คือ #ของมันต้องมี ติดไว้ และหลายๆคนก็บอกว่าเป็น Favorite ด้วย รุ่นนี้คือเนื้อซึมเข้าผิวได้ไวมากกกกกก เจลคิดว่าเป็น The Best ของกันแดดที่เจลชอบมากเลย มันให้ความรู้สึกที่ดี หมดไป 3 หลอดแล้วนะถ้าจำไม่ผิดอ่ะ คือดี แนะนำเลย

– ถัดมาคือครีมกันแดดเนื้อเจลกันบ้าง กับ FASIO Thailand ตัวนี้เป็นกันแดดที่เนื้อดีมากกกก บางเบา ให้ความรู้สึกไม่เหนอะหน้าเลย เหมาะกับวันสบายๆ แต่งหน้าไม่เยอะมาก แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือแพคเกจสีขาว ฮือออ เลอะง่ายมาก แต่ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์คือดี คุ้มมากด้วย ราคาไม่แรงมากจ้า

– อันสุดท้ายคือ Bioré Skincare Biore UV AQUA Rich Watery Gel SPF50+/PA++++ตัวนี้คือเนื้อน้ำๆหน่อย ทาได้ทั้งหน้าและตัวของจริง แบบใช้ได้นานมากเวอร์ ตัวนี้เจลว่ากลิ่นเค้าค่อนข้างแรงไปหน่อย ไม่เหมือนตัวที่สอง แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย ก็ชอบนะ เพราะว่าไม่เหนียว เอามาทาหน้า ทาคอได้สบายๆ วันไหนอยากพกไม่เยอะ ตัวนี้คือจบ ได้ทั้งหมดเลย

 

เอาล่ะ มาถีงเรื่องของงานลิป งานปากกันบ้างเด้อ

– อันแรกเลยคือ Vaseline โอ๊ยยยย สรรพคุณคือดีมากเวอร์ ไม่ต้องบรรยายเยอะ ทาได้ทั้งปาก ทั้งตา ทั้งข้อศอกที่เหมือนข้อศอกหมา ไปจนถึงหัวเข่าด้านดำ ต้องตัวนี้เด้อ เค้ามีแบบเล็กๆออกมาด้วย ก็พกพาง่ายกันไปอีก แต่ส่วนตัวเจลว่าตัวกระปุกเล็กอ่ะ เหมาะกับการทาปากเวลาแห้งๆมากกว่านะ ให้ความลิปปากนุ่มเก๋ๆ

– ต่อมาคือ Blistex Thailand ลิปมันกลิ่นดีมาก หอม ทาแล้วอยากกินปากตัวเองวันละหลายๆรอบ ฮืออออ ได้อารมณ์ลิปขนมดี ชอบ ฮ่าๆๆๆ ทาแล้วปากไม่แห้ง ไม่ตึง ไม่เป็นขุยด้วยเด้อ แพคเกจก็ดีสุดล่ะ ใช้มาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว นี่ยังใช้ไม่หมดเลย โอ๊ยยยยยยย

– ต่อมาคือ Bhaesaj ผลิตภัณฑ์เภสัช รุ่น Soft Lip Care Pink ตัวนี้ เจลว่าไม่ต่างกับรุ่นเดิมอันละ 10 บาทเท่าไหร่ แต่เค้าออกแพกเกจออกมาค่อนข้างดี ตอบโจทย์คนที่ไม่อยากมือเลอะ หน้าตาก็แบ๊วขึ้น น่ารักขึ้น ส่วนเนื้อผลิตภัณฑ์ไม่ต้องพูดมาก เพราะดีอยู่แล้ว ปังๆๆๆๆ

– มาถึงส่วนของการดูแลกลิ่นปากกันบ้างค่ะ ตัวแรกเลยคือ DENTISTE’ สเปร์ยระงับกลิ่นปาก ให้อารมณ์แบบเฟรชๆ ปากหอมๆ ตัวนี้กลิ่นจะไม่ฉุนมาก แต่โอเคเลย ชอบ

– อีกตัวคือ FluocarilThailand คือมันเป็นกลิ่นมินต์ที่แบบ หัวฉีดเค้าแรงมากกก แต่ฉีดล่ะปากหอมไป๊ คือกลิ่นมิ้นต์ลอยมา กลิ่นแบบสดชื่นขึ้นมา ตานี่ตื่นเลยจ้า ใช้ได้ ราคาไม่แรงมาก ใน 7-11 ก็มีเด้อจ้า

 

 

มาถึงไพร์เมอร์ที่สุดแห่งปี ที่ไม่พูดไม่ได้
ทั้งสามตัวชอบทั้งหมดเลยอ่ะ ฮืออออ

– ตัวแรกคือ Collection Thailand เป็นรุ่น Primed & ready ตัวนี้สรรพคุณดีมาก ถ้าใครติดตามเจลในยูทูปล่ะจะเห็นว่า ใช้ตัวนี้บ่อยมากกกกกกก เพราะพกง่าย เล็กๆจิ๋วๆล่ะแบบ มีความซิลิโคนเบาๆ ทำให้รูขุมขนเล็กลงแบบเห็นได้ชัด มีความหน้าเนียนกริบ เจลใช้แต่งหน้าบ่อยๆ คสอ ติดทนมากเวอร์

– ตัวที่สองคือ Maybelline New York (Thailand) กับรุ่น Baby Skin ตัวนี้เข้ารอบมาอย่างงงๆ เพราะเนื้อเค้าคล้ายกับของ Collection มาก แต่ส่วนตัวว่ายังมีความเบาๆอยู่ ให้อารมณ์ใช้ในวันสบายๆ แต่รูขุมขนนี่ปกปิดได้ดีเช่นกันจ้าาาาาา

– ตัวสุดท้ายคือ Becca Cosmetics – North America ตัวนี้ซื้อมาจาก SEPHORA จ้าาาาา เน้นเลยเรื่องความคุมมัน เจลว่าตัวนี้คือเลื่องชื่อสุดในความคุมมัน เรื่องของรูขุมขนอาจจะไม่ได้ปกปิดมากมาย แต่ก็ยังมีความเรียบเนียนอยู่ ข้อจำกัดของเค้าคือ ต้องให้หน้าแห้งสนิทก่อน แบบแห้งจริงๆถึงจะลงตัวนี้ได้ดี ไม่งั้นจะแอบเป็นคราบเบาๆ แต่ความคุมมัน เจลให้ 10 คะแนนไปเลยเด้ออออ ดีมากมาย

 

งานคุชชั่นกันบ้างดีกว่าาาา

บอกก่อนนะว่า ส่วนตัว เจลไม่อินกับคุชชั่นเลยยยยยย เพราะมันแห้งไวอ่ะ ไม่คุ้ม 555555555+ อีกอย่างคือมันจะมีแต่คุชชั่นแบบเกาหลีอ่ะ คือมันฉ่ำๆด้วยแหละ แถมสีให้เลือกก็น้อย ฮืออออ แต่ถามว่าซื้อมาใช้ไหม ก็มีบ้าง แหะๆ

– ตัวแรกคือ คุชชั่นของ TER Cosmetics Official ตัวนี้ใช้จนแบบชื่อหน้าตลับหายไปล่ะจ้าาา ล่ะนี่ก็ซื้อรีฟิลหมดไปสามอันแล้วเด้อ ฮ่าๆๆๆๆ อยากบอกว่า ตัวนี้คือ Best of Cushion ที่ชอบสุดในปี 2017 เลย เพราะว่ามันมีสีที่เข้ากันกับเราได้อ่ะ ทาแล้วหน้าไม่ลอย มีความปกปิดเบาๆ แต่ให้ลุคที่ดูธรรมชาติ ปลื้มปิติ มานะ ชูใจมากเลย

– ตัวที่สองคือ Cathy Doll ตัวนี้คือไม่นึกเลยว่าจะหยิบซื้อมา คือแบบเห้ย มันจะดีจริงหรือ ของเกาหลีเลยนะ สีมันจะโอเคป่าววว แต่พอได้ลองใช้ล่ะแบบ ชอบนะ ได้ลุคแบบฉ่ำๆงานเกาดีอ่ะ ทาแล้วไม่หนักหน้ามาก มีความปกปิด แต่ไม่โบ๊ะอ่ะ คือดีงามมาก สีก็เหลืองเข้ากับผิว คือตอบโจทย์สาวผิวแทนที่อยากใช้คุชชั่นดีมาก น้องรักมากกกกกก

– ตัวที่สามคือ Maybelline New York (Thailand) คูชั่นรุ่นเจนนี่ มีความขาวนิดๆ แต่ทาแล้วผ่องอยู่นะ หน้าไม่ลอย ตัวนี้ใช้แล้วชอบนิดนึง แต่ไม่ถึงขึ้นชอบมาก แต่ตลับเก๋อยู่

– ตัวสุดท้ายคือ L’oreal Paris (Thailand) คูชั่นรุ่น Porcelain ค่ะ ตัวนี้คืออยากบอกว่าแพคเกจดีงามสุดในบรรดาคูชั่นที่เคยใช้มาเลย คือเค้าออกแบบมาดี ทำให้คูชั่นไม่แห้งง่าย ไม่หมดง่าย และให้อารมณ์เหมือนทารองพื้นมากกว่า แต่สีมีความติดขาวนิดๆ และแห้งช้าหน่อยๆ ต้องรอให้คูชั่นเค้าเซ็ทตัวก่อน ทาแล้วจะหน้าผ่องมากเวอร์ และพัฟเค้าค่อนข้างดีมาก ใช้แล้วชอบค่ะ

 

มาถึงฝั่งรองพื้นกันบ้าง ..นี่อาจจะเป็น Top4 รองพื้นที่ติดใจที่สุดในปี 2017 ที่ผ่านมา

– รองพื้นแรกคือ Maybelline New York (Thailand) รุ่น Fit Me ที่ทำออกมาให้ความรู้สึกเบาสบายหน้า ทาได้ทุกวัน ทุกอย่างดี คุมมันง่าย และไม่เป็นคราบเลยยยยยยย ตัวนี้มีสีที่สาวผิวแทนใช้แล้วแบบ เฮ้ยแกกกก มันมีสีเราเว้ยยย ไรงี้ 5555+ แต่เสียอย่างเดียวคืออะไรรู้ม่ะ หัวอ่ะ มันชอบกระฉอกเวลาเท ฮือออ น้องเสียใจ

– ตัวที่สองที่ชอบและหลงรักมากๆก็คือ Milani Thailand รุ่น CONCEAL + PERFECT 2-IN-1 FOUNDATION ตัวนี้คือไม่นึกเลยว่าจะชอบ แต่พอลองใช้ล่ะแบบ เฮ้ยยยย แก มันมีสีผิวสำหรับสาวผิวคล้ำเว้ยยย คือมันดีมาก ยอมใจ การปกปิดเอย สีเอย เนื้อเอย ไม่ทำให้หน้าวอกเลย รวมถึงความอยู่ทน คุมมันได้ดีที่สุดเลยนะ ตัวนี้คือปลื้มใจมาก เป็นอีก Brand ที่เจลชอบมากในปีนี้ค่ะ

– ตัวที่สามคือ L’oreal Paris (Thailand) รุ่น True Match ค่ะ ตัวนี้จะเป็นแบบรุ่นที่ทาได้ทุกวัน ไม่หนักหน้ามากเกินไป แต่ปกปิดดีมากกกกก ตัวนี้ผสมวิ้งๆสีทองเบาๆ ทาแล้วผิวหน้ากระจายแสง เหมาะมากกับ Everyday look คือแบบ นึกไม่ออกก็ตัวนี้แหละ หมดไป 2 ขวดล่ะเด้ออออ

– ตัวสุดท้ายของ Makeup for ever ตัวนี้หลายคนบอกว่า มันไม่เห็นปกปิดอะไรเลยแก ฮืออออ นั่นคือความจริงค่ะ ฮ่าๆๆ มันไม่ปกปิดอะไรเลยก็จริง แต่สีและเนื้อมันเนียน มันดีงามมาก ใช้แล้วเหมือนไม่ใช้ แต่ทำให้หน้าดูมีมิติขึ้นมานะ ส่วนตัวเจลมองว่า มันเป็นรองพื้นที่ทาได้ทุกวันเลย (แต่นี่ก็ไม่เอามาใช้ทุกวันนะ เพราะแพงง่ะ ฮืออออ) แต่ตัวนี้ จะเอาไปทาออกงานก็ทำได้นะ ให้ลุคใสๆเบาๆ ดูคุณหนู ดูแต่งหน้าไม่เยอะดี ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยนะ ดูแบบเหมือนรีทัชเบาๆ ดูสวย ไม่ปกปิด แต่ธรรมชาติ ปลื้มใจ ที่สำคัญมีสีสำหรับสาวผิวแทนด้วยเด้ออออ

 

มาถึงที่สุดของแป้งแห้งปีกันบ้างงงง

– ตัวแรกเลย เจลยกให้กับ แป้ง Chaonangthailand เจ้านาง แป้งราคาประหยัด คู่ควรกับคนไทยมาก เจลใช้เบอร์สามค่ะ ทาแล้วคือดี เป็นแป้งที่ทาเดี่ยวๆยังให้ความรู้สึกปกปิดได้ดี อาจจะผสมกับรองพื้น โดยการใช้แปรงปัดๆวนๆก็ได้ ได้ความปกปิดที่หนาแน่นขึ้นไปอีก มีสีสำหรับสาวผิวเข้ม ทาแล้วไม่วอกนะ เนื้อแป้งเนียนละเอียด ไม่พูดมาก หมดไปสามตลับล่ะจ้าาาาา

– ตัวที่สองคือของ TER Cosmetics Official ตัวนี้ยอมรับเลยว่า เพิ่งได้ลองใช้เมื่อเดือนธันวา แต่เป็นแป้งที่ดันกลายเป็น Favorite ประจำปีจนได้ แบบอารมณ์มาวินในโค้งสุดท้ายของแป้งแห่งปี ด้วยความที่มีสีแบบเหลืองๆเบอร์ 25 คือเข้ากับหน้าเราได้เป๊ะเวอร์ อาจจะไม่ได้ปกปิดเท่าตัวคูชั่นเค้า แต่ชอบความเนียนอ่ะ ทาแล้วหน้าเนียนไปกับผิว สีคือดีมาก เจลชอบใช้ร่วมกันกับคอลซีลเลอร์เวลาไม่ทารองพื้นนะ ให้ความรู้สึกที่ดีงามมาก ปกปิด และไม่ลอย

– ตัวที่สาม เป็นแป้งที่บอกเลยว่า ใช้จนตลับลอกไปอีกแล้วววว ชอบในความฮิตแพนเบาๆกับแป้งของ MAC Cosmetics รุ่น Studio Fix เจลใช้เบอร์ NC40 นะ สีอาจจะขาวกว่าผิวนิดๆ แต่ด้วยความที่แป้งตัวนี้สีจะดรอประหว่างวัน ทำให้มันพอดีผิวมากกกกกกกกกก ใช้แล้วหน้าผ่องมาก เนียนไปกับผิว แถมยังให้ความปกปิดในระดับ Full ได้ดีเลยอ่ะ รอยสิว รอยดำ หายกรื๊บ ยิ่งถ้าเวลาโดนน้ำ โดนเหงื่อนะ ผิวจะผ่องขึ้นไปอีก นี่งงมาก ยอมใจ

– ตัวที่สี่คือแป้งของ Meilin Cosmetic กลายเป็นแป้งที่มาวินอีกตัว ตัวนี้เคยใช้สมัยแต่งหน้าแรกๆ แต่ก็ยังหยิบมาใช้เรื่อยๆเวลาต้องการการปกปิด และความปกปิดของแป้งนี่บอกเลยว่า ขั้นสุด ของขั้นสุดนะ ยิ่งเอาพัฟไปชุบน้ำล่ะทาด้วยนะ ติดทนมากเวอร์ ออกงานเดินสายประกวดนางงามได้เลยอ่ะ

– ล่ะแป้งตัวสุดท้ายของ Mr.wat Brand แป้งตัวนี้ที่ชอบคือมีสี่เบอร์ แน่นอน ข้าพเจ้าก็ใช้เบอร์เข้มสุดนะจ๊ะคือเบอร์ 4 ล่ะแบบชอบความเนียนละเอีดของแป้งเค้าอ่ะ ใช้แล้วแบบขาวนิดแต่หน้าผ่องเกินเบอร์ ยอมใจในความปกปิดเค้าค่ะ

 

มาถึงฝั่งแป้งฝุ่นกันบ้างค่ะ

– สองตัวแรกคือแป้งจาก Srichand ศรีจันทร์ อันเลื่องชื่อ ตัวแรกเลยเป็นแป้งแบบฝุ่น ตัวที่สองคือแป้งแบบตลับ แต่ทั้งสองเป็นแป้ง Translucent Powder คือไม่มีสี เจลก็ใช้ทั้งสองอันเลยค่ะ แต่ตัวตลับแบบแข็งจะพกพาง่ายกว่า ความดีงามของเค้าคือ การคุมมันค่ะ ตัวนี้คุมมันเริ่ดมากกก ราคาไม่แรงด้วย ปลื้มใจ ใช้ได้ทุกสีผิวจ้า

– ตัวที่สามก็คือแป้งจาก Covermark Thailand ค่ะ เป็นแป้งฝุ่นที่เจลใช้สี Y3 ล่ะออกเหลืองๆ ผิวคล้ำใช้ได้ คือตัวแป้งไม่ใช่แป้งแบบ Translucent หรือโปร่งแสงนะคะ จะต้องมีความเลือกสีก่อน แต่เจลชอบความแมทท์ของเค้าอ่ะ ทาแล้วหน้าแมทท์คุมมันได้ดี กระปุกนึงใช้ได้นานมากกก ราคาไม่แรงด้วย

– ตัวสุดท้ายคือของ Chifure Thailand Official แป้งตัวนี้ที่ชอบอย่างแรกเลยคือแพคเกจของเค้าค่ะ มีความดีงามในการใส่คือแบบเค้าแยกตัวตลับกับตัวพัฟไม่ให้สัมผัสกันโดยตรง ทำให้ไม่เป็นที่หมักหมมของแบคทีเรีย ตัวแป้งจะเป็นแป้งสีขาว แต่โปร่งแสง ทาแล้วกระจายแสงได้ดีมาก แต่การคุมมันอาจจะไม่มากเท่าไหร่ และไม่ปกปิด เอามาใช้ในวันสบายๆได้งดงามค่ะ

 

 

และในส่วนของ Strobing กันบ้าง ความวิ้งของหน้าต้องมี

– ตัวแรกคือ Maybelline New York (Thailand) Strobing Cream ทาแล้วหน้าจะวิ้งงงงง จะเอาไปผสมกับรองพื้นทาทั่วหน้าก็ได้ หรือจะทาเฉพาะส่วนไฮไลต์ก็ดีงาม คือแม้แต่เอาแป้งทาทับแล้ว ความวิ้งยังกระจาย วันไหนที่ทา หน้าจะมีความกระจายแสงเกินเบอร์ไปอีกกกกกกก ถ่ายรูปขึ้นเวอร์

– ตัวที่สองคือ City Color Cosmetics TH ตัวนี้นะเป็น Iluminating Cream ที่ทำให้หน้าวิ้งเช่นกันค่ะ ชอบความวิ้งๆ แต่เกลี่ยละดูธรรมชาติ ไม่มากเกินไปค่ะ เนื้อออกชมพูเบาๆ แต่ติดทนนะ ตัวนี้ทาแล้วหน้าฉ่ำๆเบาๆแต่ไม่โป๊ะ คือดี

 

มาถึงคอนซีลเลอร์และคอนทัวร์สติ๊กกันบ้างจ้าาาา

– ตัวแรกเลย ยกให้กับ NARS Cosmetics ตัวนี้สรรพคุณเค้าดีงามเกินเบอร์ เกินราคาไปมาก แม้ว่าราคาจะสูงก็ตามก็มันดีมากจริงๆ แนะนำให้ลงทุนนะ เพราะเป็นคอนซีลที่ปกปิดมากมาย ใช้ใต้ตาแล้วไม่เป็นคราบ กลบรอยสิวก็ปัง คือชอบอ่ะ สีให้เลือกเยอะด้วย มันเก๋

– ตัวที่สองคือของ Collection Thailand ตัวนี้หนามากกกก แต่ปกปิดได้งดงามมากกกกก ความปกปิดต้องยกให้ ทาใต้ตาได้ แต่อย่าเยอะ ไม่งั้นจะเป็นคราบได้ ต้องเกลี่ยดีๆเด้อ แต่ความปกปิดนี่ต้องให้ ผ่องมากเวอร์

– ตัวที่สามคือ Revlon Thailand ตัวนี้ใช้มานานมากกก ไม่หมดสักที ชอบเนื้อเเค้านะ มีความปกปิดแต่บางเบา สีก็ผิวแทนใช้ได้โอเค ปิดเฉพาะส่วนได้ปังมากเลย

– ตัวที่สี่คือ NYX Professional Makeup Thailand ค่ะ ตัวนี้คือรุ่น NYX HD Photogenic Concealer Wand เนื้อจะเป็นน้ำๆเบาๆ ไม่ปกปิดมาก แต่ให้อารมณ์ธรรมชาติๆหน่อยๆ เอามาปกปิดรอยดำได้ดีค่ะ

– ตัวที่ห้า จะเป็น Contour Stick จะเป็นสีเข้มๆ จาก Collection เหมือนกัน ตัวนี้เป็นสีที่ติดแดงไปนิด แต่ทาแล้วติดทนนานดีอ่ะ

– ตัวสุดท้ายคือของ NYX Professional Makeup ชอบในความสีเข้มของเค้านะคะ ทาแล้วเข้มจัดจริงอะไรจริง แต่เนื้อเค้าจะน้ำๆหน่อย เกลี่ยง่าย ทาแล้วได้เฉดค่อนข้างที่จะพอใจมาก ความทนนานอาจจะไม่เท่าของ Collection แต่ใช้แล้วหยวนๆได้

 

 

มาถึงคิวของอายแชโดว์กันบ้างเนอะ

– งานตาคราวนี้คือชอบมากกกก กับ Morphe Brushes #Morphe 35R รุ่นนี้คือจะออกแบบสีน้ำตาล เป็นพาเลตโทนน้ำตาลที่ดีมากกกก ทาได้ทุกวัน ทุกแนว ทุกแบบ จะผสมกับพาเลตอื่นๆก็ได้ จะทาสีเดี่ยวๆ สีเดียวก็ดี คือเป็นพาเลตที่คุ้ม เหมาะ และมีสีน้ำตาลครอบคลุมทุกโทน ทั้งเนื้อแมท และเนื้อชิมเมอร์ ตัวนี้ซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะ ชอบมาก แต่ไม่มีขายในไทยนะ จะต้อง Pre-Oder มาเท่านั้นค่ะ

– อีกตัวคือ wet n wild Color ICON Loose Pigment ตัวนี้เจลชอบเอามาทำแบบชิมเมอร์ เวลาที่ต้องการความวิ้งๆ ทาแล้วตาจะเป็นประกายมาก มีทั้งสองสีคือสีแนวทองแดงกับแนวชมพู จริงๆมีสี่สีนะ และรุ่นนี้เป็นรุ่น Limited Edition ด้วย หาซื้อยากมากกก ตอนซื้อเค้าบอกว่านี่ก็จะหมดแล้ว ฮืออออ ส่วนตัวเจลว่ามันคล้ายของ MAC Loose Pigment นะ แต่อันนั้นราคาสูงกว่าเยอะ อันนี้ราคารับได้ 200 นิดๆ หาซื้อยากอ่ะ งื้อออ

 

 

งานตาต่อไปนั่นได้แก่

– พาเลตจาก Charlotte Tilbury Instant Look in a Palette #Beauty Glow ตัวนี้ครบ จบที่เดียว เจลชอบมากกกก สีก็ครอบคลุม ใช้ได้ทุกสีผิวเลยอ่ะ เจลจะเอาไว้เวลาไป ตจว แล้วไม่ต้องพกอะไรเยอะๆ ตัวนี้ตอบโจทย์ดีมาก คือมีทั้งอายแชโดว์ คอนทัวร์ ปัดแก้ม ไฮไลต์ คือดีอ่ะ แล้วเวลาแต่งก็ใช้เวลาไม่นาน เพราะนางคิดสีมาให้ครบแล้ว แต่งๆตามเบอร์เค้าไปเลย แต่ราคาค่อนข้างสูงไปนิด แต่เจลว่าคุ้มค่ะ

– ตัวที่สองคือ tarte cosmetics #Tarte Tartelette In Bloom Clay Eyeshadow Palette ตัวนี้เจลมองว่าเป็นพาเลตเบสิคมากๆเลยนะ สาวผิวสีไหนก็ควรจะมีติดไว้ เพราะว่ามันเป็นพาเลตที่ครอบคลุม ใช้ได้ทุกงาน ตั้งแต่งานกลางวัน ยันกลางคืน คือทาแล้วสวย เม็ดสีก็ชัด แน่น มีฝุ่นเล็กน้อยสีแน่น ติดทั้งวันเลย

– ตัวที่สามคือ Urban Decay Cosmetics NAKED รุ่น 1 ตัวนี้ นำกลับมาใช้อีกครั้ง ก็ฮิตแพนไปหลายสีแล้ว แต่รู้เลยว่าคุ้มค่ามาก คือเป็นสีเบสิคคล้ายๆกับ Tartelette In Bloom แต่จะมีความสโมคกี้อายกว่า ตัวนี้นำกลับมาใช้ให้หมดอีกครั้งเพราะเสียดาย แต่ก็ยังติดใจอยู่ สีแน่น ทั้งวัน ไม่หลุดง่ายด้วย คือปลิ้ม เป็นอีกพาเลตที่ต้องมีติดไว้อ่ะ

 

 

งานตายังไม่จบ คราวนี้มาในฝั่งของถูกและดีกันบ้าง

– ตัวแรก Maybelline New York (Thailand) รุ่น The Nudes รุ่นนี้จะเป็นสีน้ำตาล คือไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมมีสีน้ำตาลแนวนี้เยอะมากกก ฮ่าๆๆๆ คือเอาง่ายๆแต่งยังไงก็รอดอ่ะ เราชอบในความน้ำตาลของเค้า มีฝุ่นออกบ้าง แต่คือเป็นพาเลตที่เจลคิดว่าคนงบน้อยต้องลอง ราคาไม่แรงมาก มีสีครอบคลุมค่ะ

– และตัวสุดท้ายสำหรับพาเลตทาตา เจลยกให้กับ Sivanna Cosmetics พาเลตรุ่น Make Up Studio ตัวนี้ราคาถูกมากกก ไม่ถึงสองร้อยบาท แต่สีสวย ชัด แน่น ติดทนนานมากกกกก คือติดทนยันเช้าอ่ะ พูดเลย สีก็สวย คือดี อธิบายไม่ถูกเพราะสีมันชัดมากเวอร์ เอาไปขายราคาหลักพันยังชอบเลย เพราะว่าเป็นพาเลตที่ครอบคลุมนะ เนื้อสีอาจจะไม่ได้นุ่มเท่ายี่ห้อแพงๆแบบ Counter Brand แต่รับได้ และชอบที่มันติดทนนานเนี่ยแหละ

 

มาฝั่งไฮไลต์กันบ้าง

– ตัวบนคือ ไฮไลต์และคอนทัวร์พาเลต จาก tarte cosmetics Tarteist PRO Glow Highlight & Contour Palette ตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่ไฮไลต์อย่างเดียว แต่พ่วงมาด้วยคอนทัวร์ทั้งแบบครีมและแบบฝุ่น คือสีเค้าไม่ติดแดง เป็นคอนทัวร์ติดสีเทาที่ทำได้มาดีมาก เพราะคอนทัวร์สีที่ดีคือจะต้องอมเทา เป็นสีแบบการทำเงา ทำเฉดจริงๆ เนื้อไฮไลต์เค้าก็วิ้งได้ใจมาก เสียอย่างเดียว แพคเกจคือต้องรักษาดีๆ ไม่งั้นเลอะไฮไลต์ เน่าง่ายแน่ๆ

– ถัดมาเป็นไฮไลต์ลูกรักอย่าง Becca Cosmetics – North America Becca Shimmering Skin Perfector Pressed สี Champagne Pop อันเลื่องชื่อ และเค้าคนนี้ก็กลายเป็นลูกรักของเจลไปอีกหนึ่งตัว พกพาก็จะเอาตัวนี้ไปด้วย สีเค้าจะเป็นสีทองแบบวิ้งๆเลย ปัดได้ทั้งเบาๆและจัดๆ คือเป็นสีที่เข้ากันกับสีผิวของเจลมาก ทาแล้วขึ้นมาก สวยมาก พุ่งมาก สว่างมากเวอร์ คือดีงามสุดอะไรสุดอ่ะ

– และตัวสุดท้ายคือ MAC Cosmetics MAC Mineralize Skinfinish in Soft and Gentle สีวิ้งๆกริตเตอร์อมชมพูสวยมาก เอามาปัดตรงหน้าแก้มคือสวย ปัดแล้วผิวจะโกลวๆ เหมือนหน้าฉ่ำวาวแต่เกิด เพิ่มความโหนกนูนให้กับหน้าได้เริ่ดสุดค่ะ

 

มาถึงงานคอนทัวร์แบบฝุ่นกันบ้างเนอะ ความหน้าเรียวเล็กต้องมาก

– ปีนี้ชอบของ CityColor สุดล่ะ เป็น Brand ที่มองข้ามมาเนิ่นนาน แต่ก็ใช้มันจนฮิตแพนไปล่ะจ้าาาา สีเค้าค่อนข้างเข้มนะ ต้องเกลี่ยดีๆ เคยเกลี่ยไม่ดี เพื่อนถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา 55555+ แต่บอกเลยว่า คิดทนดีมากกกกกก คือเป็นอะไรที่ชอบอ่ะ มีหลายสีให้เลือกด้วย ราคาก็ไม่แรง

– อีกตัวที่ชอบมากคือของ NYC ค่ะ ตัวนี้ใช้หมดไปหลายชิ้นล่ะ ชอบในสีของเค้า ความติดทน และเป็นสีฝุ่นที่ดูไม่เยอะ แต่ไม่ชอบพัฟเค้าอ่ะ บอบบางมากกก แต่สีนี่ให้เต็มสิบเลย

– ต่อมาคือ @GINO McCRAY ตัวนี้เป็นคอนทัวร์ที่ผิวแทนทาแล้วได้ลุคธรรมชาติ สีเค้าจะออกโทนน้ำตาลเทา ได้สีที่ดูธรรมชาติไม่โบ๊ะดีค่ะ หาซื้อได้ที่ Beauty Buffet ทุกสาขาจ้าา

– ถัดมา ถ้าต้องการความบรอนซ์ของหน้า ให้หน้าดูวิบวับเบาๆ ก็ต้องของ Collection Cosmetics BRONZE GLOW ULTIMATE รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ไม่วาวมากเหมือนตัวชิมเมอร์ ให้ความบรอนซ์เบาๆแบบหน้าวิ้งๆ เจลชอบเอามาผสมกับคอนทัวร์เนื้อแมท ก็จะได้ลุคโกลวๆนิดๆ

– แต่ถ้าต้องการความหน้าวาวจัด แนะนำ The Body Shop Baked to last bronzer สี Golden Bronze เป็นอะไรที่แล้วผิวแทนโกลวสวยมากกกกกก เนื้อเนียนละเอียด เจลยังไม่ค่อยเห็นคนรีวิวนะ แต่เจลใช้แล้วชอบมากกกกกกกกกกกกก หน้าวิ้งสุดอะไรสุด คือดีอ่ะ ให้ลุคแบบบ่มแดดตอนไปเที่ยวทะเล

 

มาถึงงานแก้มกันบ้าง

– ตัวนี้ใช้ได้ไม่ถึงเดือน ก็กลายเป็น Favorite ไปแล้วกับ Tarte Blush Bazaar Amazonian Clay Holiday 2017 ตัวนี้คือปังมาก เป็นรุ่น Limited Edition ที่เจลมองว่ามันใช้ได้ทุกสีผิว ครอบคลุมทุกงาน แล้วยังคุ้มค่าอีกต่างหาก เค้าให้สีไฮไลต์มาด้วย 2 สีนะ เป็นอะไรที่คู่ควรอ่ะ ชอบมากกกก

– ถัดมาเป็น Wet n Wild Thailand ตัว Color ICON สี Mellow Wine แต่พอดีว่าตัวมันแตก ฮืออออ แตกง่ายจัง แต่ปัดแล้วสีสวยละมุนมากกกก เหมาะกับวันสบายๆหรือวันที่อยากแต่งหน้าไม่เยอะ ปัดตัวนี้เบาๆก็จะได้ลุคสวยใสสุขภาพดีขึ้นมาทันทีเลยแหละ

 

 

มาต่อกันด้วยงานคิ้วและกาวติดขนตา

– ปีที่แล้วและปีนี้ก็ยังใช้อยู่ หมดไปไม่รู้กี่ตลับแล้ว ฮ่าๆๆ กับ ที่เขียนคิ้วจาก NICE Shop ราคาถูกมากกก มากจนตกใจ คือมันติดทนนะ เป็นที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นที่เจลว่า คุณภาพพอๆกับของ KATE เลยอ่ะ แต่ราคาห่างกันเยอะ แต่มันมีความเป็นฝุ่นผงเยอะหน่อยๆ แต่ชอบความติดทนนานของนางอ่ะ คือดี

– ต่อมาคือ Kate Thailand เป็นที่เขียนคิ้วจาก Drugstore ที่ต้องยกให้นะ เค้ามาในรูปแบบฝุ่นที่พกพาง่าย เก็บง่าย และสีสวย เป็นสีน้ำตาลที่ต้องให้เค้าอ่ะ ความติดทนไม่ต้องพูดถึง ดีงามมาก ที่สำคัญ ไม่เป็นฝุ่นๆผงๆด้วย

– ถัดมา เป็นที่เขียนคิ้วแบบดินสอจาก COSLUXE นะคะ ตัวนี้คือเป็น Best Of ที่เขียนคิ้วแห่งปี ไม่ให้ไม่ได้เลย นางคือสีสวย เส้นเล็ก เขียนแล้วคมกริบ แต่ติดอย่างเดียวเท่านั้น ไส้เค้าให้มาน้อยมากกก และหักง่ายมากเวอร์ เวลาใช้ต้องค่อยๆบิดออกมานิดๆ ไม่งั้นหักแน่นอน

– ถัดมาเจลชอบความติดทนของเค้าอ่ะ กับ Revlon Thailand ดินสอเขียนคิ้วรุ่นนี้ เขียนง่ายมากกกกกกก ย้ำว่าง่ายมากกก หัวแปรงก็ใหญ่สะใจมากเวอร์ เอามาถูๆล่ะปังมาก คือมันเป็นดินสอเขียนคิ้วเนื้อดีมากตัวนึงเลยนะ

– ต่อมาก็ยังอยู่กับ #Cosluxe แต่เป็นรุ่น Browsup ตัวนี้จะเป็นเนื้อเจล เนื้อลื่นมากกกก แม้ว่าหัวเค้าจะใหญ่ก็ตาม ต้องค่อยๆเขียน ไม่งั้นปลิงแน่นอน แต่เนื้อเค้าดีมากอ่ะ ติดทนด้วย สีก็สวย งื้ออออ

– ต่อมาเป็น Cathy Doll ตัวดินสอบเขียนคิ้วแบบ 3D คือเจลจะใช้ตัวนี้สำหรับหัวคิ้วเท่านั้น เอามาตั้งๆเป็นเส้นๆให้เหมือนคิ้วเรียงเส้นสวยงาม คือชอบตรงหัวเค้าอ่ะ มีความดีไซน์ได้แปลกแต่ใช้งานได้จริง เอามาแต่งคิ้วได้เริ่ดอยู่

– ถัดมาเป็นส่วนของงานกาวติดขนตาปลอมบ้าง ปีนี้ยกให้เลยกับ @DUO กาวติดที่ทนนานมาก ไม่หลุด ไม่ลอก ไม่ร่วง ติดขนตาปลอมแล้วนั่งมอเตอร์ไซต์วินไปมาหลายรอบยังไม่หลุดเลย คือปลิ้มปริ่มมาก

– และอีกตัวคือถูกและดีนะคะ เป็นกาวติดขนตาปลอมสีขมพูอันโด่งดัง ราคา 20 บาท แต่นางคือมีความติดทน เหนี่ยวมากกกกกก แต่นี่ไม่โอเคกับกลิ่นนาง เหมือนสารเคมีมากสุดไรสุด ฮืออออ แต่ติดทนนะ ใช้ได้โอเคเลยสำหรับสาวงบน้อย

 

 

มาถึงงานแก้มจริงจัง

– ตัวแรกที่ชอบเลยคือ MAC Cosmetics สี Springsheen ค่ะ ตัวนี้จะออกชมพู มีความวิ้งเบาๆ เป็นสีที่ปัดแล้วโกลวมาก ดูสุขภาพดี ฮ่าๆๆๆ ราคาอาจจะสูงไปนิด แต่คุ้มมาก ใช้มาปีกว่าแล้ว ยังไม่หมดเลย แต่หยิบเอามาใช้บ่อยมากกกกก

– ตัวถัดมาเป็นของ Chamon Pro Makeup ตัวนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นของเกาหลีหรือเปล่า เห็นน้องฉัตรเคยใช้ในคลิปของเค้า แล้วลองซื้อมา ปรากฎว่าชอบมากกกกกก สีเค้าจะออกส้มๆพีชๆนัวๆ ปัดได้ทั้งแบบเบาและแบบหนัก คือติดทนดีเวอร์ ความละมุนของส้มๆต้องให้เค้าเลยล่ะ ผิวแทนปัดแล้วแบบ สุขภาพดีหนักมาก

– ถัดมาเป็นของ 4U2 Cosmetics ค่ะ อันนี้ออกมาไม่นานเลย แต่ติดใจมาก สีที่ชอบคือ S6 ค่ะ จะมีความวิ้งเบาๆแต่ดูไม่โบ๊ะ คือทาได้ทุกวันจริงๆนะสีนี้ มีความปลื้ม

– ต่อมาเป็นของ NARS Cosmetics สี Orgasm อันโด่งดังนี่เอง ความสีของนาง ชมพูที่ไม่ดูเอะอะมาก ระเรื่อๆสวยๆ ปัดแล้วโกลวมาก ใครๆก็ชอบ ต้องยกให้ เป็นอีกสีที่เอามาใช้บ่อยๆในปีนี้ค่ะ

– และก็ยังจบที่ของ NARS เหมือนเดิม แต่เป็นอีกสีนึงคือ สี Deep Throat คือทาออกมาแล้วยั่วมากเหมือนสาวแรกแย้ม ใช้บ่อยๆในลุคที่ดูหวานๆ วิ้งจะใหญ่กว่า Orgasm เล็กน้อย แต่ทาแล้วดูสดใสมาก

 

มาถึงงานมาสคาร่ากันบ้าง

– ปีนี้เป็นปีทองของเค้าเลยกับมาสคาร่าเขียน BQ Cover นะคะ Blogger หลายๆคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันใช้แล้วดีมากเวอร์ แม้ว่าเค้าอาจจะไม่ได้เป็น Waterproof เท่าไหร่ แต่เพิ่มความงอนให้ขนตาได้ดี ไม่ตก และยังล้างออกง่ายด้วย เลยกลายเป็นมาสคาร่าลูกรักไปจ้าาาา ถ้าหมดจะซื้อมาใช้อีก แหะๆ

– ถัดมาเป็นของ Maybelline New York (Thailand) Push Up Drama Mascara ที่ต้องยกให้รุ่นนี้เพราะว่านางติดทนมากเวอร์ มีความกันน้ำสูงงงงงงงงงงงงงง ปัดแล้วงอนเด้งมาก มีความขนตาหล่นเล็กน้อย คือปัดแล้วขนตามันหนักไง ต้องระวังนิดนึง แต่รับได้ มีความล้างออกยากเบาๆ เพราะมันกันน้ำหนักไง ปัดไปสงกรานต์ยังไงก็ไม่แพนด้า ฮ่าๆๆๆ

– ยังอยู่ที่เมเบอลีนนะคะ ปีที่แล้ว และปีนี้ก็ต้องยกให้ กับ Volum’ Express the Hypercurl Mascara ที่สุดของที่สุดในหลายๆปี เป็นมาสคาร่ากันน้ำที่ทาแล้วเด้งมาก มีความตาปรือ ทาแล้วขนตางอนยามเรียงเส้นสวยงามมากเวอร์ คือปัดแล้วตาดูตื่นอ่ะ

– มาต่อกันด้วย L’Oréal Paris รุ่น Voluminous Million Lashes Waterproof Mascara ใครที่ไม่ได้อยากได้ความยาวมาก แต่อยากดูหนาธรรมชาติ แนะนำตัวนี้เลย ทาแล้วโคนขนตาจะหนาเป็นพิเศษ คือดูตาดำสวยมาก แต่อาจจะไม่ได้เน้นความยาว หรือเพิ่มความยาวของขนตานะ แต่ลุคธรรมชาติตัวนี้ กินขาดมาก แต่ล้างออกยากนิดๆ

– ต่อมาเป็นของ Mistine รุ่น Big Eye Waterproof Mascara Prolong Pro Long Twin Design มี ปู ไปรยา เป็นพรีเซนเตอร์ ฮ่าๆๆ ตัวนี้ปัดแล้วขนตายาวเด้งเหมือนใส่บิ๊กอายแบบที่เค้าบอกเลย ชอบความสีดำสนิท และขนตาฟูฟ่องอ่ะ ปัดแล้วสวยนะบอกเลย

– และตัวสุดท้ายนะคะ เป็นของ FASIO Thailand ตัวนี้ค่อนข้างปัดแล้วขนตาหนาเด้ง และฟูแบบธรรมขาติ ไม่เยอะมาก แต่ติดทนยาวนานค่ะ แต่ปัดแล้วต้องรอให้แห้งนิดนึง อย่าเพิ่งเอามือไปถู ไม่งั้นจะแพนด้าได้ แต่ตัวนี้ดีนะ ฟูๆ สวยๆ

 

งานอายไลเนอร์ทั้งหลายทั้งปวง ปีนี้เป็นอีกปีที่ลองอายไลเนอร์เนอะมากเวอร์ ไปดูกันกว่า ตัวไหนเจลจะชอบบ้างเนอะ

– ตัวแรกที่เพิ่งได้มาลองใช้เมื่อปลายปี มันอะเมซิ่งมากกกก กับ COSLUXE อายไลเนอร์ที่ทนมากเวอร์ สีดำสนิท คือสวยอ่ะ ล้างออกก็ไม่ยากมาก แต่ติดทนอยู่ เราชอบความสีดำของเค้า ดูไม่เงา ดูเป็นไลเนอร์จริงๆที่ทาแล้วดี

– ต่อมาเป็นของ Lifeford เป็นอายไลเนอร์สามัญประจำบ้าน หมดไปประมาณ 10 แท่งแล้วนะ ไมไ่ด้โม้เลย คือแบบนางใช้ดี ติดทนอยู่ สีก็ดำสนิท แต่ใช้ไปนานๆหัวนางจะเยินๆหน่อย ต้องระวังด้วยเด้อจ้า

– ถัดมาเป็นเจ้าใหม่ มีขายที่ 7-11 ด้วยเด้อจ้า กับ NAMI อายไลเนอร์ที่แบบติดทนดีเวอร์ ไม่นึกว่าของในเซเว่นจะดีขนาดนี้ นางทำสีออกมาได้ค่อนข้างสวย ดำสนิท แต่นี่ไม่ชอบหัวของเค้านะ มันแบบแข็งไปนิด แต่อย่างอื่นรับได้หมดเลย ปลื้ม

– ต่อมาคือของ Odbo cosmetic Thailand ค่ะ เป็นอายไลเนอร์ ตัวด้ามเป็นสีชมพูน่ารักมาก แต่ไลเนอร์เค้าสีดำนะ สีดำแบบสนิท ติดทนนาน เนื้อค่อนข้างแห้งไวเลย เป็นอีกอันที่ชอบค่ะ

– ถัดมาเป็นของ Kate Thailand ค่อ เค้าเป็นอายไลเยอร์ที่ดีอันนึงเลย คุณภาพพอๆกับ Counter Brand สีติดดี ทน นาน ดำสนิท แต่หมดไวไปนิด ฮืออออออออออ

– ต่อมาเป็นอายไลเนอร์แบบกระปุกบ้างค่ะ ตัวนี้เป็นเนื้อเจลกับ L’Oréal Paris Super Liner Gel Eyeliner มาพร้อมกับหัวแปรงที่เหมาะกันมาก ตัวนี้เปิดออกมาใช้แล้วไม่แห้งเลย มีความชุ่มชื้นพอดี ชอบเอามาใช้ตอนแบบอยากตวัดไลเนอร์เก๋ๆ ทรงสวยๆ คือชอบมาก

– ต่อมาเป็นอายไลเนอร์จาก MEILINDA เครื่องสำอางเมลินดา ค่ะ ตัวนี้เป็นเนื่อดินสอ เนื้อนิ่ม ทาง่ายมากกกกก เหมาะกับทาใต้ตาได้ดีค่ะ แต่ข้อระวังคือ มันไม่แห้งเลย อย่าเอานิ้วไปโดนเด็ดขาด มันจะเป็นแพนด้าได้จ้า

– อีกอันคืออายไลเนอร์แขกค่ะ ตัวนี้ดี ราคาถูกมากกกก สิบบาทเท่านั้นเด้อนาง คือบ้าไปแล้ว ทาได้ทั้งตาบนและตาล่าง และข้อควรระวังของไลนเนอร์แบบดินสอคือ อย่าเอานิ้วไปโดนหรือไปขยี้ แพนด้าแน่นอนจ๊ะ

– และสุดท้ายคืองานที่ดัดขนตาบ้าง เจลชอบของ Bohktoh บอกต่อ เป็นที่ดัดตาราคาไม่แรงมาก ดัดแล้วขนตางอน เด้ง ดีค่ะ

 

เฮ้ออออ มาถึงหน้าสุดท้ายแล้ว พิมพ์มาสองวัน 55555 กับลิปสติกค่ะ จะรีวิวไม่เยอะนะ เพราะลิปเยอะมากกกก

– ลิป Keasy_cosmetics สี Unfriend สีสวย ติดทน อมส้ม ผิวแทนทาได้ทุกวัน ผิวสีอื่นก็ทาแล้วดีงาม ปลื้มมมม

– ลิป KEASY สี P4 Rebel เป็นสีแดงที่งดงามมาก ทาแล้วไม่แห้งไป กำลังดีค่ะ

– MAC Cosmetics สี Burnt Spice สีชมพูกะปิ ทาแล้วจะนู๊ดมาก ต้องมีความแต่งตาเข้มนิดนึง แต่สวยมาก

– Supermomthailand สี 28 Kikimara สีนี้จะออกชมพูสดใส ทาคู่กับพวกทินต์ล่ะจะสวยมากกก เนื้อแมท ติดทนค่ะ

– Jordana Cosmetics Thailand สีเบอร์ 07 Tiramisu จะเป็นสีชมพูน้ำตาลม่วงๆ แต่เมื่อปล่อยสักพักจะเปลี่ยนสีเป็นสีที่เข้มขึ้นเพราะเป็นเนื้อแมท ทาแล้วออกมาสวย กลิ่นหอมหวานมาก น่ากิน

– NYX Professional Makeup Thailand สี 15 Buster เป็นสีชมพูกะปิ ที่หายากมากกก ต้องสีนี้เท่านั้น ทาแล้วสวย อมม่วงกะปิ ดีงามเวอร์

– Golden Rose Thailand ลิปเบอร์ 18 ที่เป็นสีชมพูนู๊ด ตอนแรกนึกว่าทาแล้วจะป่วย แต่พอลงที่ปากจริงคือสีสวยมากกก หวานมากกก ติดทนนานด้วยเด้อ แต่มันเป็นแบบดินสอนะ ต้องเหลาค่ะ

– 4U2 Cosmetics สีเบอร์ N6 เป็นสีน้ำตาลที่น้ำตาลมาก เนื้อแมท แต่สีสวยเวอร์นะ ทาแล้วดูสุภาพดี ทาได้ทุกวัน

– ลิปแมท MAC รุ่นฝาดำสี Kinda Sexy เป็นสีชมพูอ่อน แต่ทาออกมาแล้วหน้าหวานเวอร์ ดูอบอุ่น ใจดี หวานๆดูผู้ดี ฮ่าๆๆ

– ลิป Golden Rose รุ่นเนื้อแมทค่ะ เป็นเนื้อลิขวิปแบบจิ้มจุ่ม ติดทนนานมากเวอร์ตัวนี้ สีเบอร์ 16 สวยๆ ส้มๆ ดูสุภาพดีค่ะ

– ทินต์ Etudy House เป็นทินต์ที่ต้องมีติดไว้ ทาปากก็ได้ ทาแก้มก็ดี ได้สีที่อมแดงๆเก๋ๆ เปล่งปลั่ง

– Peripera Thailand เป็นรุ่น Ink Velvet ที่ทาแล้วทนมากกกกก เจลใช้สีเบอร์ 7 ค่ะ เนื้อเค้าจะแบบ Velvet หน่อยๆ ใช้ได้ทั้งปากและแก้ม ทาแล้วออกชมพูนิดๆ อย่าใช้เยอะนะ เพราะสีมันแน่นและติดทนมากกกกก

– Cathy Doll ลิปเบอร์ 03 เนื้อแมท สีนุ่มมากเวอร์ ทาแล้วชัดมากกกกก ติดทนดีด้วย นี่ชอบกลิ่นเค้า เหมือนขนมอ่ะ

– BLUME STORE ลิปเบอร์ 02 ออกส้มๆน้ำตาลอมชมพู สีสวยมาก แบบทาได้ทุกวันจริงๆค่ะ เป็นลิปเนื้อแมทท์สีติดทนดีค่ะ

– L’Oréal Paris ลิปจากลอรีอัล สี 933 คือเป็นเนื้อครีมแต่แมทท์ ติดทนนะ เป็นลิปที่ทาแล้วปากไม่แห้ง สีนี้จะออกน้ำตาลสุภาพ ทาแล้วดูดี ดูเป็นผู้ใหญ่ค่ะ

– SuperShades Cosmetics ลิปสีแดงของเค้า คือเราชอบความแดงมะเหมี่ยวนี้มากกกก ทาแล้วปากเจิด มีแต่คนถามตลอดว่าใช้ของอะไร ผิวแทนมันต้องโดนนะสีนี้ กับเบอร์ SS35 ค่ะ สวย ปัง ทาแล้วดูผู้ดีมาก ต้องนั่งหลังตรงตลอดเวลา 5555+

– ลิปจาก Maybelline New York (Thailand) สี Touch of Nude ล่ะคือเค้าทาแล้วนู๊ดมาก พี่โมเมแนะนำมาก เค้าบอกว่าเป็นสีชมพูนูีดที่ไม่ป่วย ทาแล้วปากสดสวยงามมาก

– และตัวสุดท้าย ท้ายสุดล่ะชอบมาก กับลิปของ Milani Thailand เบอร์ 10 ADORABLE กลิ่นหอมมากกกก เป็นสีนู๊ดอมชมพูอ่อน ทาแล้วหวานเวอร์ เจลชอบเอาไปผสมกับของ Peripera ค่ะ ได้สีที่กำลังดี จะทาเดี่ยวๆก็ได้นะ ที่สำคัญเป็นเนื้อแมทท์ ติดทนดีแต่ไม่แห้งผากเลยค่ะ