About Jell

My Name is Jell. My Thai name is “Auerkarn Benjakoom” Ok, It’s so long name but you can call me “Jell”. I am originally from Thailand, I Love Make up, Travel and Photography so much. Photography is something i get immersed in. At first, I kept doing it because I enjoyed it. I lose myself in shooting, and all your worries and daily stresses just melt away. I realize that photography has changed my everyday experience. And about my journey, I love to Travel around the world because i want to learn new culture, meet new people, to see the new place and eat a new food that i never know before. For Make up, It’s a wonderful thing that i interest it!! Colours, Light, Shadow, It a magic for me. — ‘The most beautiful makeup of a woman is passion. But cosmetics are easier to buy.’ (Yves Saint Laurent)

แนะนำตัวกันหน่อยสิ

เจล คือใคร ไหนเล่าประวัติย่อๆให้ฟังหน่อยสิ

สวัสดีค่ะ ชื่อ เจล นะคะ ถ้าใครเคยมาบล็อกเจล หรือเห็นเจลผ่านหน้า Fanpage Facebook หรือแม้แต่ใน Youtube ช่อง Jell Story เนี่ย ก็คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีค่ะ

แต่ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เจลเป็นลูกคนโตค่ะ มีพี่น้องสองคน รวมเจลด้วย เกิดและโตที่จังหวัดจันทบุรีค่ะ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยก็มาเรียนในกรุงเทพฯ แต่แม่เจลเค้าย้ายไปอยู่ที่บุรีรัมย์(เค้าไปๆมาๆ กรุงเทพ-บุรีรัมย์) เหตุผลเพราะเลิกกับพ่อและเจลเข้ามหาวิทยาลัยได้พอดีค่ะ เจลถึงได้ไปอยู่ที่บุรีรัมย์แทน แต่ถ้าเอาตามความสะดวก คือ อยู่ที่กรุงเทพฯมากกว่าค่ะ

บุรีรัมย์จะกลับไปกลับมาเฉพาะช่วงมีงานเทศกาลสำคัญๆ คือไปหาผู้ใหญ่ค่ะ เจลอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง จบมาก็ทำงานปกติ เข้าระบบเอกชนกินเงินเดือนเหมือนคนทั่วไป จนกระทั่งเราเริ่มรู้สึกว่า การทำงานประจำไม่ใช่แนวทางที่ตัวเองชอบ เพราะไม่ชอบงานที่แบบต้องตอกบัตร หรือสแกนนิ้วมือ เข้าออกเป็นเวลาประจำ ทำงานประจำวันละ 8 ชั่วโมง มันเริ่มอิ่มตัว ตอนนี้เลยออกมาเป็น Freelance และกำลังทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ค่ะ

 

เจลเรียนจบจากไหน อะไรยังไง

ตอนมัธยม เจลเรียนที่จันทบุรีค่ะ ชื่อโรงเรียนเบญจมราชูทิศ เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดด้วยนะเออ ตอน ม.ปลาย เรียนสายวิทย์-คอม สาเหตุที่เลือกเรียนนะ เพราะตอน ม.ต้น มีอาจารย์คนนึงเค้าสอนทำเว็บ แล้วเราก็ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี คือสมัยนั้น คอมพิวเตอร์แพงมาก การจะมีคอมมันต้องใช้เวลา และเรียนรู้ เราสอบได้เกรด 1 คือโมโหอาจารย์มาก

คือยอมรับนะว่าตอน ม.ต้น แอบเป็นเด็กตั้งใจเรียนอ่ะ เกือบทุกวิชา ได้เกรด 4 (ยกเว้นเลข แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ที่ 3.5) อะไรประมาณนี้ แต่คืออย่างที่บอก เราสอบได้เกรด 1 วิชาคอม เทอมต่อมาเราเลยแบบมุมานะมา เพราะโมโหอาจารย์คนนี้ เลยเข้าห้องคอมทุกวัน อ้อนแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ แล้วก็เข้าเรียนสายวิทย์-คอมในที่สุด ไปแข่งทำเว็บไซต์ได้ที่ 1 ของโรงเรียน ของระดับอำเภอ แล้วยังเคยแจ่งทำเว็บ แข่งเขียนโปรแกรมด้วยนะ แบบพวกที่มันมีหุ่นยนต์เดินได้อ่ะ ภาษา C, ภาษาปาสคาล, ภาษา HTML, Java ตอนนั้นจับได้หมด เพราะคลั่งมาก แต่ตอนนี้อ่ะเหรอ ลืมหมดแล้ววว 5555+ แต่ยังพอดี ได้พวก HTML กับ CSS มาบ้าง นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราสามารถทำ Blog ทำเว็บเองได้หมดค่ะ เลยไม่ต้องพึ่งใครเลย >___<

ส่วนตอนมหาวิทยาลัย เจลเลือกเบนมาเรียนสายศิลป์ค่ะ เจลสอบติดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหตุผลเพราะตอนมหาวิทยาลัย ยอมรับเลยว่าเป็นเด็กที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ เอาพอผ่าน แต่ก็จบมัธยมมาด้วยเกรด 2.82 นะเออ … พูดตรงๆคือ พ่อแม่เลิกกัน เราเลยไม่รู้สึกว่า ชีวิตนี้เราจะเรียนไปเพื่ออะไร จนสุดท้ายจะจบมอปลายแล้ว เราเลยกลับมาฉุกคิดขึ้นได้ว่า ถ้าเรามัวแต่ทำตัวแย่ๆ สิ่งแย่ๆก็จะเกิดขึ้นกับเราแน่นอน อีกทั้งช่วงนี้เกลียดพวกวิชาเลข ฟิสิกส์พวกนี้มาก เพราะไม่เข้าใจ ไม่คิดว่าเราจะเรียนแล้วเอาไปทำอะไรได้กับชีวิต ถ้าไม่ใช่คนชอบจริงๆ เราเลยฮึดมากๆ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยติดที่ธรรมศาตร์ คณะศิลปศาสตร์ เอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทวิชาภาษาอินโดนีเซีย หลายๆคนคงงงๆเนอะ ว่าทำไมไม่เลือกเรียนสายวิทย์ต่อ ทั้งๆที่รู้ภาษาประหลาดๆในภาษาคอมพิวเตอร์แล้ว เหตุผลหลักคือเกลียดวิชาเลขมาก แค่ถ้าบวก ลบ คูณ หาร ทำได้หมดนะ แต่ถ้าเริ่มซับซ้อนอย่างพวกตรีโกณมิติ สแควร์รูท แทนค่าไรพวกนี้ เริ่มงงล่ะ ไปไม่เป็น 555+

แล้วก็ยังถามต่อว่า ทำไมถึงเลือกเรียนสาขานั้นอ่ะ ดูไม่เกี่ยวข้องไรเลย ถ้าเอาเหตุผลต่อมาก็คือ อยากสอบติดไกลๆ ตอนนั้นเป็นช่วงที่พักผ่อนอยู่ที่บุรีรัมย์พอดี เรารู้สึกว่า เราอยากออกไปจากตรงนี้ ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่จมปลักอยู่กับที่ ต้องไปเรียนต่อที่ไกลๆ ในกรุงเทพก็ได้ ถ้าเอาสอบติดแบบแอดมิชชั่น(สมัยนี้ยังใช้ระบบนี้อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ประมาณว่าเหมือนกับเอนทรานซ์ในสมัยก่อนอ่ะค่ะ) เจลสอบติดที่ ม.แม่ฟ้าหลวงนะ แต่ว่าเราดันไปสอบตรง(สอบตรงคือ เค้ามีการคัดเลือก โดยไม่จำเป็นต้องใช้เกรดมัธยมในการยื่น แค่ไปสอบวัดความรู้ให้ตรงสาขากับที่เราเรียน) แล้วเจลดันติดสอบตรงที่ ม.ธรรมศาสตร์ เราเลยเลือกที่นั่นค่ะ เพราะว่าน่าจะไปได้ดีกว่า

ส่วนที่ทำไมเลือกคณะนั้น สาขานั้นอ่ะเหรอ เหตุผลเพราะ ช่วงนั้นอาเซียนกำลังจะมา กำลังจะบูม ใครพูดภาษาแถบๆอาเซียนได้จะดูโก้เก๋ แล้วก็เป็นคณะศิลปศาสตร์ (ถ้าที่อื่นจะเรียน อักษรศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์ค่ะ) ก็เลยอยากลองเรียนดู มันดูน่าตื่นเต้นและก็น่าสนใจมาก เพราะที่สาขาไม่ได้เรียนแค่เรื่องภาษาอย่างเดียว เราเรียนทั้งประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด คือเรียนแล้วคิดว่าน่าจะสามารถโกอินเตอร์ได้แน่ๆ 555+ ก็เลยเลือกเรียนค่ะ

ส่วนที่ว่าทำไมถึงเรียนภาษาอินโดนีเซีย อันนี้มาคิดได้ตอนอยู่ปี 2 ค่ะ ที่เราคิดว่าเราเลือกเรียนเพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเลยนะเธอ อีกทั้งถ้าเรารู้ภาษาอินโดนีเซียเนี่ย ภาษามาเลเซียกับในบรูไนเนี่ย จะไปต่อไม่ยากเลย เพราะฟังรู้เรื่องและเข้าใจกัน เหมือนภาษาไทยกับภาษาลาวอ่ะค่ะ แล้วอีกอย่างเป็นประเทศที่น้ำมันน่าจะเยอะ เอ้อ เริ่ด 55555+

 

ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่จ๊ะ

ถ้าเอาแบบปัจจุบันนะคะ(2017) ทำงาน Freelance รับงานพวกกราฟฟิคดีไซน์ ทำเว็บไซต์ ทำการตลาดออนไลน์ และ Digital Marketing – Online Marketing ทั้งหมดค่ะ

ส่วนอีกงานหนึ่งที่อยากทำและตั้งใจว่าจะเปิดในเร็วๆนี้ก็คือ การทำ Digital Agency เป็นของตัวเองค่ะ คืออยากทำกิจการอะไรอย่างหนึ่งที่เราคิดว่าเราถนัดและทำมาตลอด

และงานอื่นๆที่ทำอยู่ ก็มี เขียนบล็อก ทำเพจใน Jell Story เน้นเรื่อง Beauty และสอนแต่งหน้า

รวมถึงขายของออนไลน์ แต่ไม่บอกนะคะว่าขายอะไร เพราะว่ายังไม่อยากเปิดตัวตอนนี้ เดี๋ยวไว้ถ้ามีโอกาสจะมาบอกเล่านะคะ

และยังมีรับถ่ายภาพ สอนถ่ายภาพ เคยมีผลงานถ่ายภาพลงในนิตยสารสารคดี เพราะส่วนตัวงานอดิเรกคือชอบท่องเที่ยว และถ่ายภาพอยู่แล้ว แล้วก็มีงานเขียนบ้างประปรายค่ะ

 

อ้าว เรียนจบภาษา ทำไมมาทำงานด้านการตลาดออนไลน์ได้

555+ อย่างที่บอกไป จำได้ไหมว่าเราเรียนจบมัธยมปลายสายไหนมา เจลเรียนจบสายวิทย์-คอม มาใช่ไหมคะ พอเรียนจบมหาวิทยาลัย เรามีโอกาสได้ทุนไปศึกษาต่อจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ไปเรียนภาษาอินโดนีเซียอยู่ที่นั่น 1 ปี แต่เหมือนมันเป็นปีแห่งการค้นหาตัวเองมากกว่า เราเองก็ได้ภาษาเพราะไปเรียนที่นั่น เจอคนอินโดเลยพูดได้ แต่มันเหมือนเราจะไปเที่ยวมากกว่าไปเรียนอ่ะค่ะ 555+ คือมันมีเวลาว่างมากกกกกกก บอกเลยว่าว่างมาก เราเลยเน้นเที่ยว นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการชอบเที่ยวคนเดียวค่ะ

แต่อย่างที่บอกไป เราเรียนจบสายวิทย์-คอม มา แล้วเราเรียนจบที่อินโดพอดี เราเลยต้องกลับมาหางานทำที่เมืองไทยก่อน ง่ายๆคือ เรียนจบแล้วนะ ต้องหาเงินใช้เองได้แล้วนะ เราเลยเอา Portfolio ที่เราเคยทำเกี่ยวกับสายคอมพิวเตอร์ เช่น ทำเว็บไซต์ ออกแบบดีไซน์ได้ รวมถึงตอนมหาวิทยาลัย เรายังได้ไปเข้าค่าย YWC หรือ Young Webmaster Camp ทำงานเกี่ยวกับพวกเว็บดีไซต์ได้ ก็เอาพอร์ตตรงนั้นไปยื่น พอร์ตพวกนี้ทำให้เราสมัครงาน ได้งานตำแหน่งแรกในบริษัทเกมส์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย และตำแหน่งที่ได้คือ Digital Marketing Executive ค่ะ เป็นงานเกี่ยวข้องกับการทำงานออนไลน์ ทำให้เรารู้สึกว่า โลกออนไลน์ มันมีสายงานที่เรายังทำได้ เราสนุกกับมันค่ะ

แต่ด้วยความแต่เดิมเราไม่ชอบเรื่องตัวเลขจ๋าๆใช่ไหมคะ แต่เรื่องของการตลาด มันดันใช้ตัวเลขอีกประเภทหนึ่ง คือยังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขอยู่ เช่น การอ่าน Stat อ่านผลการดำเนินงาน Ads ทำ Report ที่มีตัวชี้วัดแบบตัวเลข ซึ่งแน่นอน มันไม่ได้ถึงขนาดซับซ้อนแบบฟิสิกส์แบบที่เราเคยเรียนมาตอนมัธยม นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้เรื่องตัวเลขที่ซับซ้อนขนาดนั้นก็เข้าใจเรื่องของการตลาดได้ค่ะ .. เอาง่ายๆคือ ในโลกแห่งความเป็นจริง มันจะสอนและทำให้เราเข้าใจอะไรๆได้มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

หลังจากทำงานที่แรกได้เกือบปี ก็ลาออก หางานทำที่ๆสอง คือบริษัทบันเทิงเก่าแก่แห่งหนึ่งค่ะ เจอทั้งดารา นักร้อง นักแสดง พิธีกรชื่อดังมากมาย ลงสตูดิโอ ทำคลิป ทำ Online Content Marketing เสียเป็นส่วนใหญ่ สนุกสนานมาก เราทำงานอยู่ที่นั่นได้ 1 ปีกว่าก็ออก มาทำงานอีกที่เป็นบริษัทเกี่ยวธุรกิจประกันและขนส่งคมนาคมยักษ์ใหญ่(อีกแล้ว) ทำได้ไม่นานก็กลับมาทำที่บริษัทบันเทิง(ที่เก่า) จนอีก 1 ปี เราก็ออกมาทำงานเป็น Freelance Digital Marketing ค่ะ

ซึ่งสายงานทั้งหมดตั้งแต่ที่เรียนจบออกมา เราทำงานด้านสาย Online Marketing, Social Media, Digital Media หมดเลย เจลฝึกปรือการทำงานสายนี้ ถ้านับอายุงานจริงๆจนถึงปัจจุบัน(2017) ก็ประมาณ 4 ปีกว่าแล้วค่ะ

 

ทำไมถึงมาทำ Blog และทำ Page นี้ล่ะ

เอาเข้าจริงนะ เจลเอง เริ่มเขียนบล็อกมาตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม สมัยนั้นเค้ามีเว็บไซต์ที่เราสามารถเข้าไปเรียนบล็อกได้ เช่น Exteen, DiaryIs, Yenta4, Dek-D คือก็เริ่มต้นเขียนจากพวกนั้นก่อน

สมัยต่อมามี Bloggang ซึ่งเป็นหนึ่งใน Services ของ Pantip เราเองก็เริ่มเล่น Bloggang ไปสิงสถิตอยู่ตามห้องต่างๆ เขียนเรื่องชีวิตประจำวัน ห้องร้องเพลง(สมัยก่อนคิดว่าตัวเองเสียงเพราะมากว่ะแก ตอนนี้อ่ะเหรอ หึหึ แค่ฟังก็พอค่าาาาา ร้องแล้วเสียงหลงผิดคีย์ตลอด มั่นเสียงมากช่วงนั้น 5555) แต่มันก็ทำให้เราได้เพื่อน ได้รู้จักคนในสายร้องเพลงหลายๆคนนะคะ บางคนนี่เป็นนักร้องดังไปแล้วด้วย ปัจจุบันก็ยังมีติดต่อกันบ้างค่ะ หลังจากที่ทำ Bloggang จนจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็ทำ Blog ที่เป็นชื่อของตัวเองขึ้นมาค่ะ แต่ก่อนจะชื่อ Iamjelle.com แต่ก็เปลี่ยนมาทีหลัง ใช้ชื่อว่า jellstory.com ค่ะ

เจลเองเขียนบล็อกใน jellstory ตั้งแต่สมัยก่อน แต่ก็ไม่ได้จริงจังนะพูดตรงๆ เพราะว่าทั้งงานเรียนเอย อะไรเลย ทำให้เราไม่ได้ใส่ใจที่จะทำตรงนั้นมาก จนมีช่วงหนึ่ง เราอัพบล็อกเกี่ยวกับการสอนภาษาอินโดนีเซีย(ตอนนี้ลบไปแล้วอ่ะ เคยโดย Hack Blog มาอยู่ช่วงนึง) แต่ยังพอเก็บไว้บ้าง ยังไงถ้ามีโอกาสจะอัพขึ้นอีก พอเราอัพก็มีคนตามมาเรียนกับเราเยอะนะ เราเลยเริ่มทำเพจของตัวเอง ช่วงนั้นไปเรียนที่อินโดนีเซียพอดี เราเลยเขียนเรื่องของเราที่ไปเรียนที่นั่น สอนภาษา สถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็การใช้ชีวิตที่นั่นค่ะ

 

อ้าว ทำอาชีพอื่นๆ แต่มาสาย Beauty Blogger เนี่ยนะ

อย่างที่บอกไป เจลเริ่มทำงานสาย Digital Marketing แต่ก็ยังไม่ละทิ้งอาชีพนี้นะ เพราะเราชอบ แล้วเราก็ตั้งใจจะทำกิจการของตัวเองเหมือนกัน

แต่ส่วนตัวบล็อกและเพจ รวมถึงช่อง Youtube ที่เกี่ยวกับ Beauty เนี่ย เจลเพิ่มเริ่มทำแบบจริงๆจังๆมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เองค่ะ

เหตุผลเพราะว่า ภาษาอินโดนีเซียที่เคยสอนไปเราก็ลืมๆไปบ้าง และไม่ค่อยทำงานเกี่ยวกับภาษาอินโดเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ค่อยได้พูด

แต่ตัวเองเนี่ย เป็นคนชอบแต่งหน้า ซื้อเครื่องสำอางค์อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนะ คือเลยอยากเอาเรื่องพวกนี้มาแบ่งปัน มาแชร์กัน เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด แล้วก็เลยทำออกมาเป็นคลิปสอนแต่งหน้า ทำบล็อกแต่งหน้า รีวิวเครื่องสำอางค์สไตล์เพื่อนสาว เม้าท์มอย แต่ในบล็อก ในเพจ

และในช่องเองเนี่ย เจลไม่ได้เขียนแต่เรื่อง Beauty อย่างเดียว (แม้ว่าจะมีประมาณ 70% ก็เถอะ) เจลจะแบ่งไปในเรื่องของ Lifestyle ที่เป็น Journay หรือเรื่องท่องเที่ยว การกิน เรื่องราวเกี่ยวกับวงการ Digital บ้าง บันเทิง ดูหนัง รีวิวหนัง วิจารณ์หนัง ละครที่เราชื่นชอบ และการถ่ายภาพบ้างประปราย ซึ่งเลยกลายเป็น Jell Story หรือ เรื่องราวเกี่ยวกับเจลทั้งหมดค่ะ แต่หลักๆแล้วก็ยังเน้นเรื่องของ Beauty อยู่นะ อย่าเพิ่งงงไป เพราะเราชอบในจุดๆนี้เป็นทุนเดิม ยังไงก็จะมีรีวิวเครื่องสำอางค์ ของใช้แล้วชอบ สอนแต่งหน้า เทคนิคความงามต่างๆมาแบ่งปันกันอยู่เสมอค่ะ ^^

 

ทำไมถึงชอบเรื่อง Beauty ความสวยความงามอ่ะ”

ถ้าพูดตามตรง เจลอยู่ในแวดวงความสวยความงามมาตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ ฮ่าๆๆๆ เพราะว่าที่บ้านเจลเองค่ะ ทำร้านเสริมสวย แม่เปิดร้านเสริมสวย เราเองก็เห็นว่าทำอะไรบ้าง ทำผมบ้าง ทำเล็บบ้าง แต่งหน้าบ้าง หลักๆคือเน้นสระผม ตัดผม เป็นช่างทำผมแหละค่ะ

แต่เรื่องแต่งหน้าแม่เองก็แต่งบ้าง แต่ไม่ถนัดเท่าทำผม นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยู่ในแวดวงความสวยความงามค่ะ

จนมามัธยม เราก็แต่งเองไม่ได้มาก ก็เบนไปทำเรื่องอื่นๆ เช่น ทำคอมพิวเตอร์ ทำเว็บ กราฟฟิค แต่เหมือนมันก็ยังพอทำได้แหละ ไม่ได้เก่งเหมือนคนที่เค้าฝึกฝนมามากๆ แต่เราเองเนี่ย แต่งหน้าเองได้เป็นตั้งแต่มัธยม เริ่มแต่งเองจริงจังตอนเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ และพอทำงานมาได้สักพัก

ด้วยความที่เราแต่งหน้าบ่อยๆ คนก็มักจะชอบมาถามเราว่า ใช้อะไร แต่งตายังไง ทาแก้มสีอะไร ปากของอะไร ใช้สกินแคร์อะไร คือเน้นๆเรื่องความงามเลย

ทีนี้ พอถามบ่อยก็เลยเกิดไอเดียว่า ถ้าเราเอาของที่เราใช้จริง แต่งจริงมารีวิวน่าจะดีกว่า มีทั้งสอนแต่งหน้าด้วย น่าจะตอบคำถามคนอื่นๆได้ดี แล้วก็สนุกมากเวลาช็อปปิ้งเครื่องสำอางค์ คือยอมรับว่าเราเองไม่ได้สวยมาแต่กำเนิด แต่เราแต่งหน้าเพราะทำให้เรามั่นใจ ดูดี ทำอะไรแล้วก็เชื่อมั่นว่าสิ่งนั้นจะต้องดี คือจุดประสงค์ของการแต่งหน้าจริงๆอาจจะไม่ได้แต่งเพื่อไปพบผู้(แต่บางโอกาสก็มีบ้าง 5555+) ซึ่งเอาเข้าจริง เรามองว่า เราแต่งหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจ แล้วก็ทำให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ ทำอะไรเราก็รู้ดี แบบนั้นมากกว่าค่ะ 🙂

 

เคยเรียนแต่งหน้ามาบ้างป่ะ

ไม่เคยเรียนแต่งหน้าเลยค่ะ ดูเอาตามคลิปในยูทูป หัดทำเอง แต่งเอง คนแรกที่เรียกว่าชอบดูเลยคือ พี่โมเม จากโมเมพาเพลินนั่นเอง เราก็ติดตามตลอด แล้วก็มี Beauty Blogger ทั้งของเมืองไทยและของต่างประเทศที่เราเริ่มชอบและติดตามค่ะ

 

แล้วชอบท่องเที่ยวด้วยเหรอ เห็นมีเรื่องการเดินทางด้วย

ใช่ค่ะ ในบล็อกเจลจะเน้นเรื่องการแต่งหน้า ความงามสัก 70% แต่จะมีเรื่องท่องเที่ยวแทรกอยู่ด้วย แต่จะเน้นเที่ยวคนเดียวมากกว่าเนอะ

คือเจลเองเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ แต่เที่ยวแบบ ไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ สูดอากาศบริสุทธิ์ ไปพบสถานที่ธรรมชาติ แล้วก็เรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆค่ะ

ส่วนเรื่องของการเที่ยวคนเดียว มันเริ่มมาจากเราไปเรียนที่อินโดนีเซียใช่ป่ะ แล้ววีซ่านักเรียนเราจะหมดแล้ว และเราจองตั๋วขากลับไทยไวเนิ่นนานแล้ว แต่วันเวลามันไม่ได้ เราจำเป็นต้องไปปั้มตราออกนอกประเทศก่อน เพื่อที่จะกลับมาอีก 30 วันที่อินโดในฐานะนักท่องเที่ยว (คือเอาจริง เงินที่ไปเที่ยวคราวนั้น ซื้อตั๋วกลับไทยไปกลับอินโดได้สบาย 5555+) แต่เราก็แอบอยากเที่ยวด้วยไง เลยใช้เวลาช่วงนั้นในการเดินทางท่องเที่ยวที่สิงคโปร์คนเดียวเป็นประเทศแรก แล้วค่อยๆนั่งรถจากใต้สุดของมาเลเซีย ขึ้นไปทางเหนือสุดของมาเลเซีย ไปเที่ยวเรื่อยๆ ใช้เวลา 10 กว่าค่ะ ก็เดินทางกลับอินโดก่อนแล้วค่อยกลับไทยค่ะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของเจลที่เจลชอบเที่ยวและเดินทางคนเดียวค่ะ มันสนุกเหมือนกันนะ

เจลไปเที่ยวคนเดียวเองทั้ง สิงค์โปร์ ยะโฮร์บารู มะละกา กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง บาหลี กัมพูชา พม่า ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑะเลย์ เมเมียว และในเมืองไทยอีกหลายๆที่ หลายๆจังหวัด จริงๆก็มีแพลนจะไปแถวๆเอเชียตะวันออกอย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงยุโรปนะ แต่ก็คงต้องเก็บเงินอีกสักพักนึงค่ะ เพราะตอนนี้บอกเลยว่าเที่ยวเยอะจริง และใช้เงินกับเครื่องสำอางค์ไปเยอะจริง ฮ่าๆๆ

แต่แน่นอน ถ้าเจลไปเที่ยว เจลก็จะมาบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังในบล็อกแน่นอนค่ะ ^^

 

สีผม สีตา สูงเท่าไหร่ อะไรยังไง

สีผมที่แท้จริงคือสีดำสนิทค่ะ สีตาออกน้ำตาลเข้ม ไม่ดำสนิท แต่ตอนนี้ทำสีผมแล้ว ออกมาน้ำตาลอมทองค่ะ ส่วนสูงคือ 165 เองค่ะ ฮือออ ส่วนน้ำหนัก ข้ามไปเนอะ 55+

 

เวลาว่างชอบทำอะไร

จะเรียกเวลาว่างได้ไหมอ่ะ เพราะเป็นคนติดคอมพิวเตอร์กับมือถือมาก ห่างตัวไม่ได้เลย นั่งอยู่หน้าคอมตลอด ชอบมาก

ถ้าออกไปข้างนอกต้องมีมือถือติดตัวไป คือต้องมีเทคโนโลยีติดตัวไปตลอด ง่ายๆคือ ชอบเล่นคอม ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ ดูคลิป เล่น Social Media อ่านหนังสือออนไลน์ ทำหมด

แต่อย่างอื่นที่ชอบนอกเหนือก็มีจริงๆคือ ชอบถ่ายภาพค่ะ เจลมี Portfolio ถ่ายภาพด้วยนะ เข้าไปดูได้ที่ www.jelliline.com ค่ะ มันต่อเนื่องมาจากการที่เราชอบเที่ยวนั่นแหละค่ะ เราเองเกิดคำถามกับตัวเองที่ว่า ทำไมเราไปเที่ยวแล้วเราถ่ายรูปไม่สวยเลย ก็เลยฝึกแหละค่ะ เลยเป็นเหมือนงานอดิเรกที่เราชอบมากๆ ต้องหาเวลาไปถ่ายภาพท่องเที่ยวเสมอๆค่ะ

ส่วนอย่างอื่นที่ทำประปราบเลยก็คือ ชอบอ่านหนังสือ ทำอาหาร(อันนี้ชอบมาก ถ้ามีเวลานะ ตอนอยู่อินโดนี่ทำเองตลอด) แล้วก็แน่นอนคือชอบกินค่ะ 55555+

 

แต่งหน้าตัวเองได้ แต่งหน้าให้คนอื่นได้ป่ะ

พูดตรงๆนะ เราแต่งหน้าให้ตัวเองได้ เพราะเรารู้จุดบกพร่องของตัวเอง ว่าจะต้องเสริมตรงไหน ลบตรงไหนบ้าง แต่กับคนอื่น เราบอกว่าเราแต่งพอได้มากกว่า แต่เราไม่เก่ง

แต่ถ้าถามว่าอยากแต่งหน้าให้คนอื่นบ้างไหม ก็อยากนะ เพราะรู้สึกมันสนุกดีเวลาที่ทำให้คนอื่นๆดูสวยและดูดีขึ้นค่ะ แต่เรื่องที่ทำแล้วไม่ได้จริงๆเลยคือเรื่องของการทำผม แม้ว่าแม่เราจะเป็นช่างทำผมมืออาชีพ แต่เราเอง ทำผมไม่เก่งค่ะ ทำให้ตัวเองยังงูๆปลาๆเลย แต่เรื่องแต่งหน้าเหรอ สู้ตายค่ะ 5555+

 

ทำบล็อกเนี่ย ใช้กล้องอะไรถ่ายภาพ ใช้อะไรเขียนบล็อก

ถ้าเริ่มแรกๆ เราใช้ Canon 70D สำหรับการถ่ายคลิปและถ่ายภาพ จนกล้องเราเสีย เราก็เลยซื้อใหม่เป็น Canon 80D ค่ะ มีไฟโคม 2 ตัว ตัวละ 4 ดวง สำหรับเวลาทำคลิป

เหตุผลที่ชอบ Canon 80D คือมันมีฝาฟลิบมาข้างหน้าค่ะ ทำให้เราสามารถเห็นหน้าตัวเองได้เวลาแต่งหน้าว่าสภาพออกมาเป็นยังไงในกล้อง ฮ่าๆๆๆ แล้วที่สำคัญเอามาถ่ายภาพก็ดี ใช้ได้ ใช้ง่ายสวย

ส่วนเลนส์ แต่ก่อนใช้ Canon 24- 105 ในการถ่ายคลิป ปัจจุบัน หลักๆมี Canon  18-50 เพราะมันถูกกว่าเยอะ และออโต้โฟกัสไม่มีเสียง กับ Canon 10-18 ในการถ่าย Vlog ข้างนอก และยังมี Canon 50 F1.8 สำหรับถ่ายภาพสวยๆฉากหลังเบอลๆและมี Sigma 17-50 F2.8 ไว้ถ่ายภาพทั่วไปค่ะ

นอกจากนี้ยังใช้ iPhone6S+ สำหรับอัพภาพลง Facebook, ถ่ายภาพบ้างในที่ๆเราไม่ได้เอากล้องติดตัวไป ก็เอามาลงเพจบ้างค่ะ

ส่วนโปรแกรมการตัดต่อ ใช้แต่ Final Cut Pro ค่ะ

และใช้ WordPress เขียนบล็อก เพราะง่าย สะดวกในการอัพบล็อกค่ะ

 

มีแฟนยังอ่ะ

2017 – ยังไม่มีจ้า ^^

 

แล้วจะติดต่อเจลได้ยังไงบ้าง

ดูด้านล่างได้เลยค่ะ เจลเขียนวิธีการติดต่อเอาไว้แล้วนะ

ติดต่อเจลผ่านแบบฟอร์มนี้ก็ได้ค่ะ

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Your Message

3 comments

Comments are closed.
Close