ใครจะรู้บ้างว่า ในประเทศพม่ามีเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขา รายล้อมไปด้วยป่าสนและเราจำเป็นต้องไต่ระดับน้ำทะเลเพื่อไปถึง จะมีอากาศเย็นๆ แสนโรแมนติก มีรถม้าน่ารัก และบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลแบบอังกฤษซ่อนตัวอยู่ในเมืองแห่งนี้

 

พินอูลวิน หรือคนทั่วไปเรียกกันว่า เมเมียว (Maymyo) เป็นเมืองหนึ่งในประเทศพม่าตอนบน โดยคำว่า เมเมียว มาจากชื่อของ พันเอกเมย์ ฟลาวเวอร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบอังกฤษ ที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ในเมืองนี้เมื่อครั้งที่พม่ายังเป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน เมืองพินอูลวิน ถูกทำให้เป็นฐานบัญชาการของกองทัพอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นเมืองตากอากาศชั้นสูงของเหล่าคณะทหารและขุนนางชาวอังกฤษในสมัยก่อน

ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ทำให้อากาศในเมืองนี้ค่อนข้างจะเย็นสบายตลอดทั้งปี บ้านเรือนโดยรอบส่วนใหญ่ในเมืองนี้ มักจะเป็นบ้านเก่าแก่โบราณที่มีอายุเกือบจะ 100 ปี เป็นบ้านสไตล์โคโลเนียล บางหลังมีปล่องไฟ พร้อมอิฐสีแดงเรียงรายเป็นกำแพง บางหลังถูกใช้เป็นโรงเรียน ที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ หรือแม้กระทั่งเป็นโรงแรมให้เราได้เข้าพักกัน

 

ทิวทัศน์โดยรอบที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของขุนเขาขนาดใหญ่ ทำให้ฉันหลงลืมไปว่านี่หรือคือประเทศพม่า มันควรจะเป็นดินแดนอีกแบบหนึ่งที่ฉันคิดไว้สิ แต่เปล่าเลย พินอูลวินทำให้เราได้กลิ่นอายของเมืองแบบผู้ดีอังกฤษ เสียงกรุบกรับของรถม้าที่ดูน่าสนใจกว่ารถม้าเมืองอื่นๆ เพราะมันเป็นรถม้าที่มีหน้าตาแบบในเทพนิยายเลยยังไงยังงั้น…

เอาล่ะ รถม้ามารับเจ้าหญิงแล้ว เตรียมตัวขึ้นรถไปชมวิวรอบๆ เมืองกันเถอะ

จุดเริ่มต้นของการเดินทางคงจะอยู่ที่กลางเมือง เจ้าหญิงแบบฉันจึงเริ่มต้นจากที่ ‘หอนาฬิกา’… รถราแล่นไปมาผ่านสามแยกหอนาฬิกาที่ชื่อว่า เพอเซล (Purcell Clock) ไม่ไกลนักเป็นตลาดกลางเมือง (Central Market) ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะหน้าตาของพวกเขาเหล่านั้นเหมือนหลุดมาจากประเทศอินเดีย เอ๊ะ นี่เจ้าหญิงอยู่ในพม่านี่นา… แน่ละผู้คนในเมืองนี้ล้วนแต่เป็นลูกหลานของทหารรับจ้างจากอินเดียและเนปาล เมื่อครั้งอังกฤษได้คืนเอกราชให้กับพม่า ทหารหลายคนไม่ยอมย้ายกลับ จึงตั้งรกราก แต่งงานกับสาวพม่าอยู่ในเมืองนี้ เราจึงสังเกตได้ว่า ผู้คนที่นี่มีตาหน้าละม้ายคล้ายแขกอินเดีย แบบที่เขาเรียนกันว่า ‘ผิวพม่า นัยตาแขก’

อากาศเย็นๆ ผ่านมาปะทะใบหน้าขณะนั่งรถม้า ออกจากตัวเมืองไปประมาณ 3 กิโลฯ ผ่านโบสถ์สไตล์โคโลเนียลและบ้านแบบอังกฤษ เจ้าหญิงเดินเข้าไปในสวนพฤกษศาสตร์กันดอว์จี (National Kandawgyi Botanical Gardens) อันเป็นสวนตากอากาศที่ชวนให้เราไปนั่งปิกนิกกันสักสองสามชั่วโมง ในสวนมีการรวบรวมพันธุ์ไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับเมืองหนาวไว้กว่า 500 สายพันธุ์ มีกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมือง และต้นกุหลาบแสนสวยบานสะพรั่งอยู่เต็มสวน

การได้นั่งเล่นรับลมเย็นๆ ท่ามกลางสวนแห่งนี้ มองดูเด็กๆ เล่นกัน รวมถึงแอบมองคู่รักที่มาจู๋จี๋กันใกล้ๆ สระน้ำ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจและได้รับการเติมเต็มความสุข ปล่อยสายตาไปมองทะเลสาบเล็กๆ นั่งดูน้ำไหลเอื่อยๆ มีหงส์สีขาวลอยอยู่บนผิวน้ำของทะเลสาบ เหมือนเจ้าหญิงกำลังมาทอดพระเนตรดูสวนในพระราชวังของตัวเอง ไอแดดอุ่นๆ ที่ลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ สร้างความโรแมนติกเพิ่มขึ้นไปอีก 2 สเต็ป…

 

เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศว่า ใกล้ปิดสวนแล้ว ได้เวลาตื่นจากความฝันแล้วล่ะ…

Comments

comments